การลดจำนวนรถยนต์ ลดมลพิษ

เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์

เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์

เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์
เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์

เดิน จะพบว่าพวกเขามักเคลื่อนที่ระหว่างยานพาหนะและอาคารหรือ 1 เก็พยายามจะลดน้ําหนัก) สหรัฐในทุกวันนี้พึ่งพารถยนต์มากเสียจน4ครัวเรือนเป็นเจ้าของรถยนต์มากกว่า 2 คันโดยเฉลี่ย และมีครัวเรือนมากกว่า1ใน3ที่ครอบครองรถยนต์ถึง3 คัน(ในรัฐเซาท์ดาโคตา ครัว เรือนเกือบ 13 เปอร์เซ็นต์เป็นเจ้าของรถยนต์5คัน หรือมากกว่า)

ขณะ ที่นิวยอร์กซิตี้มีสภาพตรงกันข้าม เพราะครัวเรือน 54 เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์ ส่วนตัวแม้แต่คันเดียว ในแมนฮัตตัน (เขตที่มีประชากรหนาแน่น ที่สุดของนิวยอร์กซิตี) ครัวเรือน 77 เปอร์เซ็นต์ไม่มีรถยนต์ และครอบ ครัวที่มีรถยนต์ส่วนใหญ่ก็ไม่ขับหรือใช้มันในรูปแบบเดียวกับคนอเมริกัน อื่นๆ

(ส่วนใหญ่แล้วคนแมนฮัตตันใช้รถเพื่อขับออกนอกแมนฮัตตัน ผู้อยู่ อาศัยในย่านควีนส์ บรูคลิน และบรองซ์ส่วนใหญ่แล้วใช้รถยนต์ส่วนตัว ในช่วงสุดสัปดาห์ ผู้อยู่อาศัยในเกาะสเตเด็นใช้รถยนต์ส่วนตัวค่อนข้าง จะเหมือนคนอเมริกันชานเมืองโดยเฉลี่ย ถึงแม้จะไม่มากเท่าก็ตาม)

Walk to find that they tend to move between vehicles and buildings, or 1. try to reduce weight). The United States today is so dependent on cars that 4 households own more than 2 cars on average and more

than 1 in 3 households occupy. 3 cars (in South Dakota, nearly 13 percent own 5 or more cars) while New York City has the opposite condition Because 54 percent of households do not have Even one

private car in Manhattan (a densely populated area 77 percent of households do not have cars and a family of cars that most of them do not drive or use in the same way as other Americans

(mostly Manhattan people use cars to drive outside of Man. Most Hutton residents in QueensBrooklyn and the Bronx use private cars. On the weekend Residents of the Stenden Islands use quite private cars. Will be like the average American suburb Although not as much)

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *