การใช้พลังงานน้ำ

เมืองนี้ส่วนใหญ่พักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบที่พัก มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก การอยู่อาศัยอย่างหนาแน่นมากยัง โอกาสในการบริโภค การใช้พลังงานน้ำ และผลิตขยะส่วนบุคคลอย่างมาก ชาวนิวยอร์ก สนามหญ้าของตัวเอง ไม่มีระบบเครื่องฉีดน้ําต้นไม้ (สปริงเกลอง ว่ายน้ํา หรือห้องหลายๆ ห้องที่นานๆ พวกเขาจะย่างเท้าเข้าไป และเง. เพราะพื้นที่ในการอยู่อาศัยคับแคบและราคาแพง พวกเขาจึงไม่สะสม เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน

การใช้พลังงานน้ำ
การใช้พลังงานน้ำ

การใช้พลังงานน้ำ มากไว้จํานวนมาก ผู้ไปเยือน นิวยอร์ก (และชาวนิวยอร์กเอง) มักจะบ่นเกี่ยวกับเรื่องขยะบนท้องถนน แต่ชาวนิวยอร์กแต่ละคนสร้างขยะแข็งในปริมาณที่น้อยกว่าชาวอเมริกัน ส่วนอื่นๆ การที่มีห้องให้ซื้อหาได้น้อย พวกเขาจึงซื้อสิ่งต่างๆ น้อยตาม ไปด้วย ดังนั้นก็ทิ้งขยะน้อย (ในชานเมืองทุกวันนี้ โรงรถไม่ได้มีไว้จอดรถ

เท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่เก็บสิ่งของส่วนเกินด้วย รวมทั้งอุปกรณ์สําหรับการ พักผ่อนหย่อนใจที่ไม่ได้ใช้ และเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งของคนที่แทบจะไม่ ทําอะไรบนสนามหญ้าของพวกเขา นอกจากใช้มันออกกําลังกายหรือมอง คนอื่นออกกําลังกาย) ชาวนิวยอร์กยังใช้น้ําน้อยกว่าคนอเมริกันที่อื่นๆ เพราะพวกเขาไม่มีสนามหญ้า ไม่มีสระว่ายน้ํา จึงมีโอกาสน้อยที่จะใช้น้ํา

Most of the city stays in apartments. Which is one of the forms of accommodation The most powerful in the world Living very intensively yet Consumption opportunities Water power consumption And produces a lot of personal waste. New Yorkers own lawns There are no sprinkler systems (spring swimming pools or many rooms where they will walk and walk because of the tight and expensive living space. They therefore do not accumulate. Household electrical appliances

Water power consumption A lot of visitors to New York (and New Yorkers) often complain about rubbish on the streets. But each New Yorker produces less solid waste than the rest of the Americans. There is little room to buy. So they buy a few things, too, so throw away less garbage. (In the suburbs today The garage does not have a parking space.

But also used as storage for excess items Including equipment for Unused recreation And hardly any outdoor furniture for people Do anything on their lawn Aside from using it for exercise or looking New Yorkers still use less water than Americans elsewhere. Because they don’t have lawns No swimming pool Therefore it is less likely to use water

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

เหตุผลในระดับ รากฐาน ที่ทําให้นิวยอร์กเป็นผู้นําในทุกด้าน

เหตุผลในระดับ รากฐาน ที่ทําให้นิวยอร์กเป็นผู้นําในทุกด้าน เป็น บางสิ่งที่ทําให้เมืองดูเหมือนเป็นฝันร้ายของระบบนิเวศสําหรับคนอเมริกัน ส่วนใหญ่ก็คือ การที่มันมีขนาดเล็กสุดขีดจนถึงขณะนี้นิวยอร์กเป็นเมือง ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของสหรัฐ

รากฐาน
รากฐาน

รากฐาน ในพื้นที่ 1 ตารางไมล์มีประชากร อาศัยอยู่มากกว่า 27,000 คน แมนฮัตตัน (ซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดในจํานวน 5 เขตของนิวยอร์กซิตี) ยิ่งมีประชากรหนาแน่นกว่า โดย 1 ตารางไมล์ม ผู้อาศัยอยู่ถึง 67,000 คน หรือมากกว่าความหนาแน่นประชากรโดยเฉลี่ย ของประเทศโดยรวม 800 เท่า

การบีบอัดให้คนมาอาศัยอยู่ด้วยกันอย่าง แออัดอาจไม่ทําให้เมืองดูเป็นสีเขียว แผงพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) ของพวกเขาจะอยู่ที่ไหน ต้นไม้ที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และกองปุ๋ย หมักที่สวนหลังบ้านของพวกเขาจะอยู่ที่ใด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ช่วยลด

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง เพราะอัตราการเป็นเจ้าของ รถยนต์ส่วนตัวในนิวยอร์กลดลงมาก ทําให้ระบบขนส่งสาธารณะมีประ สิทธิภาพ จํากัดการใช้พลังงานทุกหมวดหมู่ และบังคับให้ผู้อยู่อาศัยใน

The underlying reason that made New York a leader in all aspects is something that makes the city seem like an ecological nightmare for Americans. Mostly is Its being extremely small. Until now, New York is a city. The most densely populated United States

In an area of ​​1 square mile, populated More than 27,000 people live in Manhattan (which is the smallest of the 5 districts of New York City). The more densely populated, with 1 square mile, 67,000 people or more, the average population density. Of the country as a whole 800 times

Compression, so people come to live together like Crowded may not make the city look green Where will their solar (solar) panels be? Where will trees absorb carbon dioxide and compost heaps in their backyard? But even then it helps reduce

Can truly impact the environment Because of the ownership rate Private cars in New York have decreased a lot. Resulting in the efficient public transportation system restricting energy use in all categories And forced the residents in

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

การลดจำนวนรถยนต์ ลดมลพิษ

เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์

เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์
เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์

เดิน จะพบว่าพวกเขามักเคลื่อนที่ระหว่างยานพาหนะและอาคารหรือ 1 เก็พยายามจะลดน้ําหนัก) สหรัฐในทุกวันนี้พึ่งพารถยนต์มากเสียจน4ครัวเรือนเป็นเจ้าของรถยนต์มากกว่า 2 คันโดยเฉลี่ย และมีครัวเรือนมากกว่า1ใน3ที่ครอบครองรถยนต์ถึง3 คัน(ในรัฐเซาท์ดาโคตา ครัว เรือนเกือบ 13 เปอร์เซ็นต์เป็นเจ้าของรถยนต์5คัน หรือมากกว่า)

ขณะ ที่นิวยอร์กซิตี้มีสภาพตรงกันข้าม เพราะครัวเรือน 54 เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์ ส่วนตัวแม้แต่คันเดียว ในแมนฮัตตัน (เขตที่มีประชากรหนาแน่น ที่สุดของนิวยอร์กซิตี) ครัวเรือน 77 เปอร์เซ็นต์ไม่มีรถยนต์ และครอบ ครัวที่มีรถยนต์ส่วนใหญ่ก็ไม่ขับหรือใช้มันในรูปแบบเดียวกับคนอเมริกัน อื่นๆ

(ส่วนใหญ่แล้วคนแมนฮัตตันใช้รถเพื่อขับออกนอกแมนฮัตตัน ผู้อยู่ อาศัยในย่านควีนส์ บรูคลิน และบรองซ์ส่วนใหญ่แล้วใช้รถยนต์ส่วนตัว ในช่วงสุดสัปดาห์ ผู้อยู่อาศัยในเกาะสเตเด็นใช้รถยนต์ส่วนตัวค่อนข้าง จะเหมือนคนอเมริกันชานเมืองโดยเฉลี่ย ถึงแม้จะไม่มากเท่าก็ตาม)

Walk to find that they tend to move between vehicles and buildings, or 1. try to reduce weight). The United States today is so dependent on cars that 4 households own more than 2 cars on average and more

than 1 in 3 households occupy. 3 cars (in South Dakota, nearly 13 percent own 5 or more cars) while New York City has the opposite condition Because 54 percent of households do not have Even one

private car in Manhattan (a densely populated area 77 percent of households do not have cars and a family of cars that most of them do not drive or use in the same way as other Americans

(mostly Manhattan people use cars to drive outside of Man. Most Hutton residents in QueensBrooklyn and the Bronx use private cars. On the weekend Residents of the Stenden Islands use quite private cars. Will be like the average American suburb Although not as much)

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

ชุมชนเขียวที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ชุมชนเขียวที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ชุมชนเขียวที่สุดในสหรัฐอเมริกา
ชุมชนเขียวที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ชุมชนเขียวที่สุดในสหรัฐอเมริกา (greenest Community) ในสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน หรือโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด แต่เป็น นิวยอร์กซิตี (เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐนิวยอร์ก) สําหรับหลายคน รวมทั้ง ชาวนิวยอร์กจํานวนมาก

แนวคิดดังกล่าวดูเหมือนแปลกประหลาดไม่เป็น ธรรมชาติ แต่ว่ามีหลักฐานที่ตรงไปตรงมาเพื่อยืนยันเรื่องนี้ ชาวนิวยอร์ก แต่ละคนใช้พลังงานน้อยกว่าคนอเมริกันในพื้นที่อื่นๆ ไม่ว่าจะในรูปไหน และพวกเขาสร้างรอยเท้าคาร์บอนน้อยที่สุด (น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

ของค่าเฉลี่ยรอยเท้าคาร์บอนที่เกิดขึ้นในสหรัฐ) นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พวก เขายังเป็นผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะมากอย่างมีนัยสําคัญอย่างแท้จริง ด้วย พื้นที่มหานครนิวยอร์กนั้นมีผู้เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะคิด

เป็นจํานวนไมล์เกือบ 1 ใน 3 ของการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งหมดในสหรัฐ และเมืองนิวยอร์กเองมีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินครึ่งหนึ่ง ของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมดในสหรัฐ นอกจากนั้น ชาวนิวยอร์กเป็น ประชากรกลุ่มใหญ่กลุ่มสุดท้ายที่ยังคงใช้การคมนาคมในรูปแบบพื้นฐาน นั่นคือการเดิน (ในบริเวณชานเมืองนิวยอร์ก เมื่อคุณพบใครก็ตามทการ

The greenest community in the United States

The greenest community in the United States Not Portland, Oregon, or BoulderColoradobut New York City(the largest city in the state of New York) for manyincluding many New Yorkers.

The idea seems strange, unnatural, but there is straightforward evidence to confirm this.Each New Yorker uses less energy than Americans in other areas Regardless of the form And they produce the least carbon footprint (less than 30 percent

This is not a coincidence. They are still very significant public transport users. In the New York City area, there are public transporters thinking It is almost one-third of the miles traveled by public transport.

All in the united states And New York City has half of the subway Of all subway stations in the United States In additionNew Yorkers are The last large group of people who still use basic communication That’s walking (In the suburbs of New York When you meet anyone

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

เรื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ที่ต้องอาศัยเครื่องคอมเพรสเซอร์

เรื่องปรับอากาศ

ผู้ขายสินค้าระบบหยอดเหรียญ และอุปกรณ์ทําความเป็นที่ต้องอาศัยเครื่องคอมเพรสเซอร์ สารซีเอฟซีถูกแทนที่ด้วยฟลูออ

เรื่องปรับอากาศ
เรื่องปรับอากาศ

เรื่องปรับอากาศ คาร์บอน (เอฟซี -FCs) และไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (เอชเอฟซี HFCs) ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกัน แต่ไม่เป็นอันตรายต่อชั้นโอโซน แต่เอฟซีและเอชเอฟซีก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นเดียวกับซีเอฟซี ซึ่งเป็น ปัญหาที่เห็นไม่ชัดเจนจนกระทั่งในเวลาต่อมา ตามบทความที่ตีพิมพ์ใน ไซเอนทิฟิก อเมริกัน (Scientific American) เมื่อปี 2011 ระบุว่า “ก๊าซ ที่มีการใช้เป็นปกติสามัญมากที่สุด

เมื่อปล่อยออกมาแล้วจะทําให้บรรยากาศของโลกร้อนขึ้นมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ 1,000 เท่าเป็นอย่าง น้อย เมื่อเทียบโมเลกุลต่อโมเลกุล” การใช้ก๊าซดังกล่าวในที่สุดแล้วจะ ถูกจํากัดหรือกําจัดด้วยเหตุผลนั้น

แต่ไม่มีหลักประกันว่าอะไรก็ตามที่เรา นํามาทดแทนพวกมันจะไม่สร้างปัญหาที่เราไม่ได้คาดคิด ขณะเดียวกัน การผลิตอุปกรณ์ทําความเย็นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก ได้เพิ่มแหล่ง เก็บสารขนาดใหญ่ที่รบกวนภูมิอากาศ ซึ่งในท้ายที่สุดจะได้รับการกู้คืน และถอนพิษ หรือยกเลิกเพิกถอนอย่างถาวร แล้วพวกเรามีแนวโน้มจะ ทําอย่างนั้นได้ดีแค่ไหน

ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นนักบุญอุปถัมภ์ ของผลกระทบที่ไม่ตั้งใจ เนื่องจากเขายังเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตะกั่ว เตตระเอทิลซึ่งเป็นสารเติมแต่งน้ํามันเบนซินเพื่อเพิ่มค่าออกเทน ตามมุม มองของ เจ.อาร์. แมคนีล นักประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อม

เห็นว่ามิดจ์ลีย์ “สร้างผลกระทบต่อบรรยากาศมากกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ในประวัติศาสตร์ โลกใบนี้” และเขาก็เป็นคนที่โชคร้ายสุดขีด งานของเขาทําให้เขาได้รับ สารพิษจากตะกัว ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 1 ปีในการฟื้นตัว และในปี 1940

เขาติดเชื้อโปลิโอรุนแรง เขาประดิษฐ์ระบบเครื่องยกเพื่อช่วยให้ผู้เป็น โปลิโอยกตัวเองออกจากเตียงได้ เขาเสียชีวิตในปี 1944 จากการขาด อากาศหายใจเพราะถูกเชือกรัด) การลดการใช้สารซีเอฟซียังเป็นตัวแทน แสดงถึงตัวอย่างที่ให้ความรู้เกี่ยวกับพลังอํานาจที่มองไม่เห็น ในตู้เย็น

Air conditioning story Vending system vendor And cleaning equipment that requires a compressor CFC substance is replaced by fluoride

Carbon (FC-FCs) and Hydrofluorocarbons (HFC HFCs), which are substances with similar properties. But not harmful to the ozone layer But FC and HFC also emitted greenhouse gases as well as CFC, which was a problem that became unclear until later. According to an article published in Scientific American in 2011, “The most commonly used gas

Once released, it will cause the global atmosphere to heat at least 1,000 times more carbon dioxide compared to molecules per molecule. “The use of such gases in the end will Was limited or eliminated for that reason

But there is no guarantee that whatever we To replace them will not create problems that we do not expect. At the same time, the production of cooling equipment is increasing rapidly around the world. Added a source Collect large substances that interfere with the climate. Which in the end will be recovered and neutralize or cancel permanently revoked Then we tend to How well can that be done?

Which may be seen as the patron saint Of unintended consequences Because he is also a tool for lead development Tetraethyl, a gasoline additive to increase the octane value, according to JR McNeil’s environmental historian

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

สเปรย์ระงับกลิ่นกาย

สเปรย์ระงับกลิ่นกาย

สเปรย์ระงับกลิ่นกาย
สเปรย์ระงับกลิ่นกาย

 

สเปรย์ระงับกลิ่นกาย นี้เป็นตัวอย่างความสามารถของนักวิท ในการรับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อมัน – สนับสนุนทางการเมืองและการเงินอย่างเพียงพอ แต่พวกเอ ถึงบทบาทของนักวิทยาศาสตร์ในการสร้างปัญหาให้กับชั้นโอโซนก่อน

เอเชนก่อนเป็น อันดับแรก ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นนักวิทยาศาสตร์เองนั้นแหละที่สร้างศา ซีเอฟซี เป็นผู้ค้นหาวิธีที่จะใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากซีเอฟซี อะ ช่วยพัฒนารายการสินค้าหรือบริการมากมายที่จะได้รับผลกําไรจากการ ใช้ซีเอฟซี

ประเด็นอยู่ตรงที่วิทยาศาสตร์ไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย เป็นแต่เพียงว่านานๆ ครั้งนวัตกรรมจึงจะมีพฤติกรรมตรงตามที่เราคิดว่าเราอยากให้มันเป็น ปัญหาร้ายแรงด้านสิ่งแวดล้อมเกือบทั้งหมดที่เราเผชิญอยู่ในตอนนี้เป็น ผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมของสิ่งที่ดูเหมือนว่าเป็นแนวคิดที่ดีฟเยี่ยม ในตอนเริ่มแรก การพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้

หมายถึงการมี ศรัทธาในความสามารถของเราที่จะกําจัดหรือควบคุมผลกระทบที่ไม่ตั้งใจ และ

หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นการพนันครั้งใหญ่ ถ้าหากว่าประวัติศาสตร์ สามารถเป็นตัวชี้วัดได้ (ผู้นําในการพัฒนาสารซีเอฟซีคือ โทมัส มิดจ์ลี่ย์ จูเนียร์ นักเคมีและวิศวกรเครื่องกล

Deodorant Spray

Deodorant Spray This is an example of talent. In dealing with the environmental crisis that arose when it – sufficient political and financial support, but the A discussed the role of scientists in creating problems for the ozone layer first

Achen first, first and foremost, was the scientist who created CFC as a search for a commercial way of using CFC to help develop a list of products or services to be received. Profit from using CFC

The point is that science is not evil. It’s just that for a long time Times, innovation will therefore behave exactly as we think we want it to be Almost all serious environmental problems that we face now are The direct or indirect effects of what looks like an excellent concept In the beginning Dependence on technology to solve these problems

It means believing in our ability to eliminate or control unintended consequences. And cannot avoid Which is a big gamble If history Can be an indicator (The leader in CFC development is Thomas Middlesey Junior, a chemist and mechanical engineer.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

การใช้พลังน้ํากระแทกชั้นหินให้แตกออก

การใช้พลังน้ํากระแทกชั้นหินให้แตกออก

เรื่องประชด ประชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อไม่กี่ปีมานี้ก็คือ รัฐบาลของประเทศต่างๆ ได้ โยนเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ไปกับพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ เอทานอล และเชื้อเพลิงทางเลือกอื่นๆ แต่ทว่าการพัฒนาครั้งสําคัญกลับ เกิดขึ้นในธุรกิจน้ํามันดั้งเดิมและก๊าซธรรมชาติ ตัวอย่างที่รู้จักกันดีที่สุด

การใช้พลังน้ํากระแทกชั้นหินให้แตกออก
การใช้พลังน้ํากระแทกชั้นหินให้แตกออก

ก็อย่างเช่น การใช้พลังน้ํากระแทกชั้นหินให้แตกออก การขุดเจาะน้ํามัน ในแนวนอนหรือขวาง และเทคนิคใหม่ๆ ที่ยิ่งใหญ่ เรื่องนี้เป็นความจริง แม้ว่ามันไม่ใช่เรื่องบวกต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งที่มีผลกระทบครั้งใหญ่ที่สุด ต่อการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเมื่อไม่นานมานี้ ก็คือการแพร่ขยายของ การใช้เทคนิคไฮโดรแฟรกกิ้ง (hydrofracking)

ซึ่งลดต้นทุนการธรรม ชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ดี รวมทั้งขยายปริมาณของน้ํามันที่ดูดขึ้น มาใช้ได้ของโลกอย่างมีนัยสําคัญ การแข่งขันในเกือบทุกนวัตกรรม เชื่อ เพลิงที่มีคาร์บอนกําลังจะเป็นฝ่ายชนะ (อ่านเรื่อง hydrofracking และ ก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมได้ในบทที่ 23)

บ่อยครั้งที่นักวิทยาศาสตร์มักกล่าวถึงการกําจัดสารคลอโรฟลู ออโรคาร์บอน (ซีเอฟซี-CFCs) ออกไปจากเกือบทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก ทั้งนี้ ซีเอฟซีเป็นสารเคมีที่ทําลายชั้นบรรยากาศและครั้งหนึ่งเคยใช้อย่าง กว้างขวางในการทําความเย็น (ในสิ่งต่างๆ อย่างตู้เย็น และเครื่องปรับ อากาศ) และใช้เป็นตัวขับดัน (ในสิ่งต่างๆ อย่างเช่นสเปรย์ฉีดผม และ

The biggest irony in recent years is Governments of various countries have thrown tens of billions of dollars into wind energy.

Solar energy, ethanol and other alternative fuels But a significant

development returned Occurred in the traditional oil and natural gas business The best known exampleFor example using

the force of water to break the rock floor Oil drilling Horizontal or transverse And great new techniques.

This is true. Although it’s not a positiveissue for the environment The biggest impact To the developmentofrenewableenergy

recently Is the spread of The use of hydro-fractal techniques(hydrofracking)

Which reduces fair costs The nation which is a good fossil fuel Including expanding the amount of oil absorbed up The use of the world

significantlyThe competition in almost every innovation convinces a carbon-fueled fire to win (read more about hydrofracking and natural gas in Chapter 23).hemical that destroys the atmosphere and times.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

ปัญหาก็มีนวัตกรรมเหมือนกัน

ปัญหา ก็มีนวัตกรรมเหมือนกัน

ขณะที่เราคิดค้นกลยุทธ์ต่าง ๆ ปัญหา ก็มีนวัตกรรมเหมือนกัน  เพื่อเอาชนะปัญหาสิ่งแวด ล้อมที่หลากหลาย เรามักจะคิดว่านวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเป็นพลังที่ส่ง ผลดีหรือมีแต่ความกรุณาปรานี้ล้วนๆ แต่ทว่าตัวปัญหาเองก็เกิดนวัตกรรมตามไปด้วย และปกติแล้วพวกมันได้รับการสนับสนุนทางการเงิน ดีกว่าด้วย การพัฒนาครั้งใหญ่ด้านวิศวกรรมทําให้เครื่องจักรสามารถ ทํางานได้มากขึ้นโดยใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลน้อยลงก็จริง แต่มันก็ทําสิ่งต่างๆ ด้วย

ปัญหา
ปัญหา

 

เช่นทําให้เราสามารถสกัดเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เคยเป็นเชื้อเพลิงซึ่ง ไม่เคยมีใครเข้าถึงหรือไม่เป็นที่รู้จัก และผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีความ ต้องการสูง ที่นอกจากจะเพิ่มความพึงพอใจที่กําลังโป่งพองอยู่แล้วของ เราในฐานะนักบริโภค มันยังเพิ่มความต้องการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลของ เรามากขึ้นไปอีก ชัดเจนว่าเราต้องการคนเฉลียวฉลาดเพื่อพัฒนาและ ใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานที่สะอาดกว่าเดิม แต่ขณะเดียวกันความ พยายามทั้งหลายของพวกเขากําลังถูกปอนเซาะโดยมนุษย์ที่ฉลาดเท่า เทียมกัน ซึ่งกําลังทํางานหนักมากขึ้น ด้วยงบประมาณที่มากขึ้น และเงิน เดือนที่สูงขึ้น เพื่อขยายปริมาณเชื้อเพลิงคงคลังของเรา รวมทั้งประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับพวกมัน ในวันที่ 10 มิถุนายน ปี 2011 นักเขียน บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีตเจอร์นัล ซึ่งเป็นหนึ่งในนั้น ต่อทางวาจามายาวนานที่สุดของอเมริกาต่อกรณีที่ไม่มีการลงมือทํา อะไรเกี่ยวกับปัญหาสภาพภูมิอากาศโลก พลังงานหมุนเวียน และระ เด็นปัญหาอื่นๆ ด้านสิ่งแวดล้อมที่ยาวเหยียด เขียนไว้ดังนี้

“เรื่องประชด ประชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเมื่อไม่กี่ปีมานี้ก็คือ รัฐบาลของประเทศต่างๆ ได้ โยนเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ไปกับพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ เอทานอล และเชื้อเพลิงทางเลือกอื่นๆ แต่ทว่าการพัฒนาครั้งสําคัญกลับ เกิดขึ้นในธุรกิจน้ํามันดั้งเดิมและก๊าซธรรมชาติ ตัวอย่างที่รู้จักกันดีที่สุด

As we invent various strategies to overcome environmental problems A variety of sieges We tend to think of technological innovation as the power that delivers Good or only mercy But the problem itself is also an innovation as well And normally they are financially better thanks to the large engineering developments that enable machines to It can do more work with less fossil fuels. But it does things too

Such as allowing us to extract fossil fuels that used to be fuels that No one has access or known. And producing new products that are in high demand that, in addition to increasing the satisfaction that is already bulging of We, as consumers It also increases the demand for fossil fuels. We go even further Clear that we need intelligent

people to develop and Take advantage of cleaner energy sources than before. But at the same time Their efforts are being eroded by equally intelligent humans who are working harder. With more budgets and higher monthly payments To expand our fuel supply Including inventing new things

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

เครื่องบินแบบใช้ใบพัด

การบินจากนิวยอร์กไปเมลเบิร์นในปี 1958 ด้วยเครื่องบินซูเปอร์ คอนสเตลเลชันของบริษัทล็อกฮีด ซึ่งเป็น เครื่องบินแบบใช้ใบพัด บริโภค พลังงานต่อคนมากกว่าเครื่องบินที่ผมนั่ง อย่างไรก็ตาม มัน “สะอาด” ต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า

 เครื่องบินแบบใช้ใบพัด
เครื่องบินแบบใช้ใบพัด

มันต้องแวะจอดที่ซานฟรานซิสโก ฮาวาย เกาะ แคนตัน ฟิจิ และซิดนี่ย และค่าโดยสารสําหรับชั้นราคาถูกเที่ยวเดียวก็มี ราคาประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของรายได้เฉลี่ยของครอบครัวอเมริกันใน ปีนั้น ถ้าหากการเดินทางด้วย เครื่องบินแบบใช้ใบพัด ที่ช้าและแพงพอ กันเป็นทาง

รอกเดียวสําหรับการเดินทางไปออสเตรเลียในทุกวันนี้ ผมและทุกคนที่ เดินทางพร้อมกับผมก็คงจะอยู่บ้านกันหมด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวด ร้อม วิธีเดียวที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพอย่างไม่คลุมเครือในการลด ก๊าซคาร์บอนและรอยเท้าพลังงานจากการเดินทางทางอากาศ ก็คือบิน ให้น้อยลง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงด้าน เทคโนโลยี

เราเข้าใจอยู่แล้วว่าทําอย่างไรจึงจะบินน้อยลง ซึ่งไม่จําเป็นต้อง อาศัยการค้นพบครั้งใหญ่ทางวิทยาศาสตร์เลย แต่ความสนุกของการ ไม่เดินทางไปไหนอยู่ตรงไหน การเดินทางเป็นเรื่องตื่นเต้นโรแมนติก เป็นการเติมความรู้และสร้างชีวิตชีวาให้กับหลายล้านคนทั่วโลก

Flying from New York to Melbourne in 1958 with a super plane The Lockheed Konstration Company, which is a propeller plane, consumes more energy per person than the plane I ride. However, it is more “cleaner” to the environment.

It has to stop at San Francisco, Hawaii, Canton, Fiji and Sydney. And the fare for a single cheap class is about 25 percent of the average income of an American family that year. Traveling with Propeller plane That is slow and equally expensive is the way

The only reel for traveling to Australia today. Me and everyone who Traveling with me would probably be at home together. Which is the only benefit to the environment that is clear and effective without blur in reducing Carbon gas and footprints The energy from air travel is to fly less, which is a behavior change. Not a technology change

We already understand how to fly less. Which does not need Relying on great scientific discoveries But the fun of Do not travel anywhere Travel is a romantic thriller. It is a way to add knowledge and refresh the lives of millions of people around the world.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

อุปสรรคใหญ่ในการเดินทาง

อุปสรรคใหญ่ในการเดินทาง

เราจึงลดการเผาผลาญจากการเดินทางระยะไกลได้มาก ซึ่งในทุกวันนี้ อุปสรรคใหญ่ในการเดินทาง ระยะ10,000 ไมล์สําหรับการเดินทางไป เยือน 1 สัปดาห์ แทบไม่ใช่เรื่องราคาตัว (ต้นปี 2011 ราคาตัวต่ํามาก แค่ 600-700 ดอลลาร์ สําหรับการบินเที่ยวเดียวระหว่างนิวยอร์กและ เมลเบิร์น หรือไม่ก็ “ฟรี” เพราะใช้วิธีแลกไมล์) แต่เป็นความไม่ราบรื่น ของการใช้เวลาทั้งวันนังดูภาพยนตร์และนอนบนเก้าอี้เอนหลังที่มีเบาะนุ่ม มากกว่า

อุปสรรคใหญ่ในการเดินทาง
อุปสรรคใหญ่ในการเดินทาง

เมื่อใครๆ พูดถึงการลดการใช้พลังงานและรอยเท้าคาร์บอนจาก การเดินทางด้วยเครื่องบิน พวกเขามักจะมุ่งไปที่สิ่งต่างๆ อย่างการปรับ ปรุงการออกแบบเครื่องยนต์ ปีก

และลําตัวเครื่องบินอยู่เสมอ และบางที เก็ใช้ระบบที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อย่นระยะเส้นทางบินและขจัด ความล่าช้า อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงจุดนี้ผลประโยชน์ทั้งหมดที่เราจะได้รับ

จากเรื่องเหล่านี้มีน้อยมาก เครื่องบินโดยสารทุกวันนี้มีประสิทธิภาพเรื่อง การประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องบินช่วงต้นทศวรรษ 1960 ราว 75 เปอร์เซ็นต์ และหลักฟิสิกส์แห่งการบินยิ่งทําให้ใช้พลังงานต่ําลงไปอีก

แต่ถึงแม้ว่าศักยภาพในการลดการใช้พลังงานเพิ่มเติมจะมีมาก แต่ผล กระทบหลักของนวัตกรรมที่ว่ามาทั้งหมดก็เป็นสิ่งเดียวกับผลกระทบหลัก ของนวัตกรรมทั้งมวลตั้งแต่ยุคของกัปตันเจมส์ คุก กล่าวคือ พวกเขา ทําให้การเดินทางง่ายขึ้น ถูกลง สะดวกขึ้น และดึงดูดมากกว่าที่เป็นอยู่ ด้วยเหตุนี้จึงกระตุ้นให้เราเดินทางมากขึ้น

การบินจากนิวยอร์กไปเมลเบิร์นในปี 1958 ด้วยเครื่องบินซูเปอร์ คอนสเตลเลชันของบริษัทล็อกฮีด ซึ่งเป็นเครื่องบินแบบใช้ใบพัด บริโภค พลังงานต่อคนมากกว่าเครื่องบินที่ผมนั่ง อย่างไรก็ตาม มัน “สะอาด” ต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า

มันต้องแวะจอดที่ซานฟรานซิสโก ฮาวาย เกาะ แคนตัน ฟิจิ และซิดนี่ย และค่าโดยสารสําหรับชั้นราคาถูกเที่ยวเดียวก็มี ราคาประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ของรายได้เฉลี่ยของครอบครัวอเมริกันใน ปีนั้น ถ้าหากการเดินทางด้วยเครื่องบินที่ช้าและแพงพอ กันเป็นทาง

We therefore greatly reduce the metabolism from long-distance travel. Which today The big hurdle of 10,000 miles for a 1 week visit is almost no price (at the beginning of 2011, the price is very low, only 600-700 for a single flight between New York and Melbourne or Or “free” because of the way to redeem miles) but it’s not smooth. Of spending the whole day watching movies and sleeping on a reclining chair with a soft cushion

When anyone talks about reducing energy use and carbon footprints from Traveling by plane They tend to focus on things like improving the wing engine design.

And the airplane plane always and sometimes uses computer-controlled systems to shorten flight paths and eliminate delays. However, at this point all the benefits that we will receive

From these stories there are very few. Passenger airplanes today have the efficiency of Fuel economy is about 75 percent better than planes in the early 1960s, and flying physics leads to even lower power consumption.

as a way.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น