ทุกครั้งที่ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงทุ่งขึ้น

ทุกครั้งที่ ราคาน้ํามันเชื้อเพลิง ทุ่งขึ้น ชาวอเมริกันพูดถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างกระตือรือร้น แต่ความจริง เก็คือ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพในพื้นที่ส่วนใหญ่ของ สหรัฐ และเป็นความจริงเช่นเดียวกันในแคนาดาและออสเตรเลีย ซึ่ง สหรัฐใช้เป็นสถานที่ผลิตรถยนต์ระดับโลกของ 3 บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ของสหรัฐ (ที่เรียกว่าบิ๊กทรี ได้แก่ จีเอ็ม ฟอร์ด ไครส์เลอร์) ก่อให้เกิดการ ใช้พลังงานต่อหัวและผลิตรอยเท้าคาร์บอนสูง

ราคาน้ํามันเชื้อเพลิง

ข้อเท็จจริงที่น่าท้อใจก็คือ ราคาน้ํามันเชื้อเพลิง เบื้องล่างของประชากรที่ค่อนข้างหนา แน่นและจุดหมายปลายทางของพวกเขานั้น ระบบขนส่งไม่ได้ผล ใน ปลายทศวรรษ 1970 เจฟฟรีย์ ซูแพน และบอริส พุชคาเรฟ แห่งสมาคม การวางผังภูมิภาคของนิวยอร์ก กําหนดอย่างแน่ชัดว่า ระดับความหนา แน่นสูงสุดของประชากรที่ทําให้ระบบขนส่งมีประสิทธิภาพอยู่ที่ประมาณ 7 ครัวเรือนต่อเอเคอร์ หรือมากกว่าความหนาแน่นของประชากรอเมริกัน

ทั่วไปในเขตชานเมืองเท่าตัว ประโยชน์แท้จริงด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้จาก ระบบขนส่งจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าความหนาแน่นแตะระดับสูงกว่านี้ ซึ่งเป็น ระดับที่แม้แต่รถเมล์หรือรถไฟก็เริ่มจะดูเหมือนไม่สะดวก จนคนหันมา ใช้วิธีเดินเอา ที่เมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซน่า มีระบบรถไฟรางเบาที่ดีและ ทันสมัย ซึ่งก่อสร้างโดยใช้งบประมาณก้อนใหญ่ที่มาจากเงินของประ ชาชน แต่จํานวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการมีน้อยมาก ส่งผลให้ขาดทุน มหาศาล และการบริโภคพลังงานต่อหัวของประชาชนก็สูงกว่าการขับ

Every time the price of fuel is rising, Americans talk about public transportation enthusiastically, but the truth is that it is impossible to have an efficient transportation system in most parts of the United States, and the same is true in Canada and Australia, which the US uses as a world class car manufacturing facility for 3 major US car companies (known as the Big Three, namely GM Ford Chrysler) causing the Uses energy per capita and produces high carbon footprints

The disappointing fact is Fuel price The bottom of the population is quite thick. Tight and their destination is Transportation systems were ineffective in the late 1970s. Jeffrey Suphan and Boris Pushkarev of the New York Regional Planning Association Clearly determine the maximum density of the population that makes the transportation system efficient at around 7 households per acre. Or more than the density of the American population

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้น

ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้น

ทุกครั้งที่ ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้น ชาวอเมริกันพูดถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างกระตือรือร้น แต่ความจริง เก็คือ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพในพื้นที่ส่วนใหญ่ของ สหรัฐ และเป็นความจริงเช่นเดียวกันในแคนาดาและออสเตรเลีย ซึ่ง สหรัฐใช้เป็นสถานที่ผลิตรถยนต์ระดับโลกของ 3 บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ของสหรัฐ (ที่เรียกว่าบิ๊กทรี ได้แก่ จีเอ็ม ฟอร์ด ไครส์เลอร์) ก่อให้เกิดการ ใช้พลังงานต่อหัวและผลิตรอยเท้าคาร์บอนสูง

 ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้น

ข้อเท็จจริงที่น่าท้อใจก็คือ เบื้องล่างของประชากรที่ค่อนข้างหนา แน่นและจุดหมายปลายทางของพวกเขานั้น ระบบขนส่งไม่ได้ผล ใน ปลายทศวรรษ 1970 เจฟฟรีย์ ซูแพน และบอริส พุชคาเรฟ แห่งสมาคม การวางผังภูมิภาคของนิวยอร์ก กําหนดอย่างแน่ชัดว่า ระดับความหนา แน่นสูงสุดของประชากรที่ทําให้ระบบขนส่งมีประสิทธิภาพอยู่ที่ประมาณ 7 ครัวเรือนต

่อเอเคอร์ หรือมากกว่าความหนาแน่นของประชากรอเมริกัน ทั่วไปในเขตชานเมืองเท่าตัว ประโยชน์แท้จริงด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้จาก ระบบขนส่งจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าความหนาแน่นแตะระดับสูงกว่านี้ ซึ่งเป็น ระดับที่แม้แต่รถเมล์หรือรถไฟก็เริ่มจะดูเหมือนไม่สะดวก

จนคนหันมา ใช้วิธีเดินเอา ที่เมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซน่า มีระบบรถไฟรางเบาที่ดีและ ทันสมัย ซึ่งก่อสร้างโดยใช้งบประมาณก้อนใหญ่ที่มาจากเงินของประ ชาชน แต่จํานวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการมีน้อยมาก ส่งผลให้ขาดทุน มหาศาล และการบริโภคพลังงานต่อหัวของประชาชนก็สูงกว่าการขับ

Every time the price of fuel oil rises Americans are keen on public transportation, but the truth is that it’s impossible to have an efficient transportation system in most

parts of the United States, and it’s also true in Canada and Australia, which the United States uses as car

manufacturing facilities. The global level of the 3 major automobile companies of the United States (known as the Big Three, GM Ford Chrysler) caused the Uses energy per capita and produces high carbon footprints

The disappointing fact is The bottom of the population is quite thick. Tight and their destination is Transportation systems were ineffective in the late 1970s. Jeffrey Suphan and Boris Pushkarev of the New York

Regional Planning Association Clearly determine the maximum density of the population that makes the transportation system efficient at around 7 households.

Acre or more of the American population density General in the suburbs doubled The true environmental benefits that can be gained from Transportation will not occur until the density reaches a higher level, which is even so that buses or trains will start to seem

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การขับรถให้น้อยลงและการลดการพึ่งพารถยนต์อย่างฝั่ง

การขับรถให้น้อยลง หมายถึงการลดการพึ่งพารถยนต์อย่างฝั่ง รากลึกของเรา ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายที่น่าขัดเคืองใจสําหรับชาว อเมริกัน เพราะความฟุ่มเฟือยอันนับไม่ถ้วนทั้งหมดซึ่งเราไม่เห็นค่านั้น สิ่งที่นิยามความเป็นเราได้ใกล้เคียงที่สุด

การขับรถให้น้อยลง

ทั้งในสายตาของเราและของโลก ก็คือรถยนต์ ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นคือ เพราะสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ ยังใหม่อยู่มาก และพื้นที่ของอเมริกาเหนือก็กว้างใหญ่ไพศาล เราชาว อเมริกันจึงแพร่กระจายตัวเองไปถึงระดับที่ว่าไม่มีรูปแบบการคมนาคม

อื่นใดจะสามารถให้บริการเราอย่างสะดวกและพรักพร้อมได้มากกว่านี้อีก แล้ว ประชาชนมักคิดถึงรถยนต์ในฐานะปรากฏการณ์ของ “เมือง” แต่ ความเป็นจริง ชาวอเมริกันที่ขับรถมากที่สุด คือพวกที่อาศัยอยู่ห่างจาก

การขับรถให้น้อยลง กลางเมืองมากที่สุด เพราะพวกเขามีทางเลือกน้อยมาก และจุดหมาย และทางในชีวิตประจําวันของพวกเขาถูกแยกออกจากกันด้วยระยะทาง แม่ไกลมาก สิ่งที่เป็นจริงอยู่เสมอ ประมาณ 2 ใน 3 ของลูกค้า 1 ล้าน จายแรกของรถยนต์ฟอร์ดโมเดลที่เป็นคนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมือง

แต่ อาศัยอยู่ตามไร่นาหรือในเมืองเล็กๆ ทุกวันนี้พวกเราส่วนใหญ่อาศัยอยู่ ห่างไกลกันและห่างจากจุดหมายปลายทางในชีวิตประจําวันมาก การ ไปไหนมาไหน 24 ชั่วโมงโดยไม่มีรถยนต์ของเราเองอาจทําให้รู้สึกเหมือน ขาดแคลนบางสิ่งอย่างใหญ่หลวง

Driving less It means reducing our deep dependence on cars, which is one of the most frustrating challenges for Americans because of the innumerable extravagance that we don’t see. The closest thing that defines

us to being Both in our eyes and the world is cars. The bigger problem is Because the United States is a country that Still very new And the area of ​​North America is vast, so we Americans spread to the level

that there is no mode of communication Others can provide us with more convenient and more complete services. People often think of cars as a “city” phenomenon, but the reality is that Americans drive the most. Are those who live away from

Most city Because they have very few choices and their goals and way of daily life are separated by a very far distance. The true thing is always about 2 in 3 of the first 1 million customers of the car.

Ford models are people who do not live in the city but live in the fields or in a small town. Today, most of us live So far away from our destination in our daily life. Getting around for 24 hours without our own cars may feel like Lacking something enormous

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่