ตอนที่เราทําในสิ่งที่เชื่อว่าเป็นความตั้งใจที่ดีที่สุด

บ่อยครั้งความพยายาม ของเราก็มักขัดขวางเป้าหมายของเรา

บ่อยครั้งความพยายาม

บ่อยครั้งความพยายาม นั่นคือปัญหาที่ยากจะแก้กัปตันเจมส์ คุก แล่นเรือจากอังกฤษในเดือนสิงหาคม ปี 1768

ในการเดินทางไกลครั้งแรกจากทั้งหมด 3 ครั้งที่ทําให้เขามีชื่อเสียง

เขาและลูกเรือไปถึงออสเตรเลียในอีก 2 ปีให้หลัง เรือของพวกเขาคือ เอนเดฟเวอร์ (Endeavour)

ใช้ลมเป็นพลังในการขับเคลื่อน อย่างไรก็ ตาม การเดินทางจําเป็นต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

อย่างมากมาย อย่าง น้อยก็อยู่ในรูปของเชื้อเพลิงมนุษย์และชีวิตมนุษย์

(มีเพียง 56 คนจาก ทั้งหมด 94 คนที่เดินทางมาจากอังกฤษพร้อมเรือลํานี้มีชีวิตรอดกลับไป)

ในทางตรงกันข้าม การเดินทางของผมไปออสเตรเลียเมื่อปี 2010

เป็นปาฏิหาริย์ของประสิทธิภาพ เพราะยานพาหนะของผมเป็นผลิตภัณฑ์แห่ง

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ดําเนินมาหลายทศวรรษ เครื่องบินสามารถ

บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือได้มากกว่าเรือเอนเดฟเวอร์ของกัปตันคุกเกือบ 5 เท่า

ไม่จําเป็นต้องหยุดซ่อมระหว่างทาง ไม่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บ

ใช้เวลาเดินทางจากนิวยอร์กถึงเมลเบิร์นน้อยกว่า 24 ชั่วโมงและมันเป็นเพียง

หนึ่งในการเดินทางระหว่างประเทศหลายร้อยเที่ยวที่ไป ถึงเมลเบิร์นในวันนั้น

When we do what is believed to be the best intention

Often attempts Ours often hinder our goals.

That was a difficult problem to solve. Captain James Cook sailed from England in August 1768.

In the long journey from the first 3 times that made him famous

He and the crew arrived in Australia two years later. Their ship was the Endeavor.

Using wind as a driving force, however, travel requires the use of natural resources.

At least in the form of human fuels and human life

(Only 56 people out of 94 people traveling from England with this ship survived)

on the other hand My trip to Australia in 2010

Is a miracle of efficiency Because my vehicle is a product

Technological innovations that have been in operation for decades The plane can

Carrying passengers and crew more than Captain Cook’s Endeavor ships nearly 5 times

There is no need to stop repairing along the way. Does not cause death and injury

It takes less than 24 hours to travel from New York to Melbourne and it’s just

One of the hundreds of international trips that go. To Melbourne that day

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากสถานที่เดนมาร์

ความหางไกลมาก การป้องกันขัดขวางไม่ให้โลกประสบหายนะ

ความหางไกลมาก

ความหางไกลมาก เป็นเป้าหมายทรงคุณค่าในแง่ที่ชิงลงมือป้องกันไว้ก่อน และแม้แต่ใน

ยุคของการสื่อสารด้วยสไกป์ การสื่อสารผ่าอินเตอร์เน็ตด้วยภาพและ เสียงแบบเรียลไทม์

และไอโฟน ก็ไม่มีอะไรมาทดแทนความพึงพอใจ ได้เต็มที่เหมือนการพูดคุยแบบเห็นหน้ากันจริงๆ

แต่ถึงกระนั้นหากนัก กาลวิทยา climatologist นักสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่รัฐ และคนอื่นๆ

ซึ่งกําลังพยายามอย่างจริงจังที่จะนึกให้ออกว่าจะทําอะไรได้บ้างเกี่ยวกับ ก๊าซเรือนกระจก

ไม่สามารถพบปะพูดคุยกันได้โดยไม่ต้องเดินทางข้าม มหาสมุทร

แล้วจะคาดหวังอะไรจากพวกเราซึ่งอาจมีข้อมูลน้อยกว่า มีพันธสัญญาน้อยกว่า

และมีแรงจูงใจน้อยกว่าที่จะเสียสละความสะดวกสบายของเราเองประเด็น

ไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าพวกเราทั้งหมดต่างเป็นพวกมือถือสาก ปากถือศีล

ถึงแม้ว่าเราจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ (ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง

รอยเท้าคาร์บอน หรือคาร์บอนฟุตพริ้นต์ ขนาดใหญ่ กรุณาตรวจสอบ

ตารางการเดินทางและจํานวนของผู้ที่เดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆ

ว่ามีเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ในนั้นด้วยหรือไม่) ประเด็นก็คือ

แม้แต่ใน* Carbon Footprints คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมา

จากผลิตภัณฑ์และกิจกรรมของมนุษย์ ครอบคลุมตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ

การขนส่ง การประ กอบชิ้นส่วน การใช้งาน และการจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังใช้งาน

ซึ่งจะทาท ทราบว่ากว่าจะได้ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อย

โดยแสดงออกมาในรูปของปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์-ผู้แปล

Which mostly travels from the Denmar location

The tail is very far. Prevention prevents the world from being a disaster.

The tail is very far. Is a valuable goal in the sense that it has been prevented before and even in

The era of communication with Skype Communication via internet with images and Real-time audio

And the iPhone is nothing to replace satisfaction Can be fully like talking face to face

But even if the psychologist climatologist Environmentalist Government officials and others

Who are seriously trying to figure out what to do about green house gas

Can’t meet and talk without having to travel across the ocean

And what to expect from us which may have less information Have fewer covenants

And have less motivation to sacrifice our own comfort issues

Not at all that we are all celibate

Even though we are really like that (If you are an expert

Carbon footprint Or large carbon footprint, please check

Travel schedules and the number of people traveling by plane frequently

Whether there is an environmental officer in it or not) The point is

Even in * Carbon Footprints is the amount of greenhouse gases released.

From human products and activities Covering from the acquisition of raw materials

Transportation, parts processing, use and handling of product wastes after use

Which will know how to get each product Affect the environment much less

Which is expressed in the form of carbon dioxide emissions – translators

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

หนึ่งในเล่ห์กลยอดนิยมของเรา

ในการทํา ให้โลกเป็นสีเขียวก็คือการจัดกรอบใหม่ให้กับความชื่นชอบการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยหรูหราว่ามันคือของขวัญสําหรับมนุษย์

ในการทํา

ในการทํา ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์คันใหม่ เครื่องทํา ความอบอุ่นให้กับสระว่ายน้ําที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์
รถไฟที่วิ่งได้ เร็ว 200 ไมล์ต่อชั่วโมงที่ทําให้การเดินทางระหว่างเมืองเต็มไปด้วยความ รื่นรมย์และแพงน้อยลง

มะเขือเทศที่มีรสชาติดีกว่าเดิม เหล่านี้คือการ เสียสละหลายอย่างที่พวกเราเตรียมจัดทําขึ้นสําหรับอารยธรรมในอนาคต

พร้อมด้วยนโยบายลงทัณฑ์ทางเศรษฐกิจหลากหลายซึ่งมีเป้าหมายอยู่ ที่จีน ความสามารถในการหลอกลวงตัวเองของเรา

เป็นเรื่องน่าใจหาย ตัวอย่างเช่น อะไรคือคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมของผมในการเดินทางไปครึ่งโลก

เพื่อบรรยาย 45 นาทีให้กับคนออสเตรเลียจํานวน 200-300 คนฟัง ซึ่งคนเหล่านี้อย่างแรกเลยอาจ

เป็นเพราะพวกเขาได้รับการคัดเลือกให้มา นั่งฟังผม จึงอาจถูกโน้มน้าวล่วงหน้าให้เห็นด้วยกับอะไรก็ได้ที่ผมจะพูด

ในปัจจุบันนี้การเดินทางทางอากาศมีสัดส่วนการใช้พลังงานประมาณ 3.5 เปอร์เซ็นต์ของการใช้พลังงานทั้งโลกและเป็นตัวผลิตก๊าซเรือนกระจก

จากน้ํามือมนุษย์ การเดินทางไปเมลเบิร์นของผม พร้อมด้วยบัตรสโมสร กอล์ฟและเฮิร์ตซ์ #1 คลับโกลด์สําหรับเช่ารถ

เกี่ยวข้องอย่างมากกับ ทั้งสองเรื่อง เช่นเดียวกับการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศซึ่งจัด

ขึ้นในโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2009 การประชุมดังกล่าวดึงดูดให้ผู้แทนจากประ เทศต่างๆ

เข้าร่วมประชุมถึง 30,000 คน รวมทั้งผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ ที่ลง ทะเบียนไว้ นักข่าวหลายพันคน บล็อกเกอร์ ผู้สังเกตการณ์ผู้สนับสนุน ผู้คัดค้าน และคนอื่นๆ อีกมากมาย

One of our most popular tricks

To make the world green is to set a new framework for the love of luxury luxury goods that it is a gift for humans.

In doing so, whether it is a new car, a warm heater for a solar powered pool
Trains that run 200 miles per hour that make travel between cities full of Pleasant and less expensive

Tomatoes that taste better These are Many sacrifices that we prepare prepared for future civilizations.

With a policy of punishing economic diversions aimed at China, the ability to deceive ourselves

For example, what is the environmental value of my journey in half the world?

To give a 45 minute lecture to 200-300 Australians. These people may first

Because they were chosen to sit and listen, so I might be persuaded in advance to agree with anything I would say

At present, air travel has a proportion of energy consumption of about 3.5 percent of global energy consumption and is a greenhouse gas producer.

From human hands My trip to Melbourne Complete with a club card Golf and Hertz # 1 Club Gold for car rental

Very closely related to Both story Like the United Nations Conference on Climate Change, which is organized

Rise in copenhagen Denmark In December 2009, the meeting attracted representatives from various countries.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ทันใดนั้นพื้นดินที่รถวิ่งผ่านก็มีดอกไม้บานสะพรั่งขึ้นมา

ดนตรีแห่งความสุข เริ่มบรรเลง เด็กๆ ที่ติดปีกผีเสื้อลอยตัวอยู่เหนือกลุ่มเด็กๆ ที่หุ้ม ห่อด้วยกลีบดอกไม้

ดนตรีแห่งความสุข

ดนตรีแห่งความสุข เมฆบนท้องฟ้ามีชีวิตชีวา และอาคารต่างๆ ที่อยู่ไกล ออกไปเปล่งประกายแวววาว

ราวกับว่ารถยนต์ได้ดูดเอาสิ่งเลวร้ายไปจาก โลก แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงสิ่งที่ผู้บรรยายโฆษณาสาธยายเอาไว้ว่า

“ความกลมกลืนระหว่างมนษย์ ธรรมชาติ และเครื่องจักร” ในปี 2 เพื่อนคนหนึ่งของผมซึ่งเป็นคนมองการณ์ไกล

พาผมไปนั่งรถยนตเอง อีกยี่ห้อหนึ่งคือ “ฟอร์ด ฟิวชั่น” (Ford Fusion) เนื่องจากเขาเชื่อ

คิดเรื่องขั้นตอนการประหยัดเชื้อเพลิง อย่างการเบรกอย่างนุ่มนวลและ หลีกเลี่ยงการออกรถอย่างกระโชกโฮกฮาก

แผงหน้าปัดรถยนต์ที่บอก ปริมาณเชื้อเพลิงของเขาจึงเต็มไปด้วยภาพของใบไม้สีเขียวที่สานเข้า

ด้วยกัน อันเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของประโยชน์ที่เกิดกับสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ชัดเจน

ว่าเราเป็นผู้มอบให้จากเจ้าสิ่งที่พ่นควันออกทางท่อไอเสียคันนี้ที่ เรากําลังขับไปอย่างไร้จุดหมาย

ผมเองจบระดับวิทยาลัย แต่ก็รู้สึกสะดุ้ง เจ็บแปลบกับคุณความดีที่ปัญญาอ่อนบ้องตื่นนี้

ซึ่งเป็นความรู้สึกแบบ เดียวกับตอนที่ผมทิ้งกระป๋อง ขวด และหนังสือพิมพ์กองเบ้อเร่อไว้ตรง

ปากทางเข้าบ้านของผมเองเพื่อรอให้รถบรรทุกมาเก็บไปรีไซเคิล

Suddenly, the ground where the car ran through had flowers blooming up.

The music of happiness begins with the children who attach butterfly wings floating above the children wrapped in flower petals.

The music of the clouds in the sky is lively. And the buildings that are far shining

As if a car has taken bad things from the world, clearly showing what the commercial narrator describes

“Harmony between nature and machinery” in year 2, one of my friends who are farsighted

Take me to ride the car myself Another brand is “Ford Fusion” (Ford Fusion) because he believes.

Think about the fuel saving process. Like gentle braking and Avoid leaving the car roughly

Car dashboard His fuel volume is therefore full of images of woven green leaves.

Together, which is a clear symbol of the benefits to the environment

That we are the giver of the thing that smokes through this exhaust pipe that We are driving aimlessly.

I own a college degree. But was shocked Hurting with the virtuous moron of this awakening

Which is a feeling The same as when I left cans, jars and newspapers stacked directly

The entrance to my house, waiting for the truck to be collected for recycling.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การเริ่มต้นของอย่างแน่วแน่

เราจะเริ่มต้น คิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับการทําสิ่งเหล่านี้ให้น้อยลงได้อย่างไรในเมื่อความรู้สึกและความเข้าใจของเราที่มีต่อเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่ดี

เราจะเริ่มต้น

เราจะเริ่มต้น ส่วนบุคคลตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเราต้องมีสิ่งต่างๆ มากขึ้น
โลกของเราเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกวันจนยาว เป็นบัญชีหางว่าว

แต่ทว่าสิ่งที่เรียกว่าแนวทางแก้ปัญหา หรือยุทธศาสตร์ เพื่อ “ความยั่งยืน”ของเรานั้นมีลักษณะที่ว่า ถ้าไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ การแก้ปัญหาเลย

ก็จะทําให้ปัญหาที่แท้จริงเลวร้ายลงไปอีก เราหลอก ลวงตัวเองอย่างเหลือคณานับในหลายๆ ด้าน รถยนต์ขายดีที่สุดในสหรัฐ อเมริกา

ทั้งในอดีตและปัจจุบันก็คือรถปิกอัพฟอร์ด เอฟ-ซีรีส์ ซึ่งตอนนี้ มาพร้อมกับทางเลือกนั่นก็คือเครื่องยนต์ “อีโคบูสต์” วิ่งได้ไกล 16 ไมล์ (25.74 กิโลเมตร)

ต่อน้ํามัน 1 แกลลอน (3.78 ลิตร) เมื่อวิ่งในเมือง ในปี 2009 โตโยต้าออกโฆษณาทางโทรทัศน์ว่า “พรีอุส” (Prius) รถยนต์ ไฮบริดยอดนิยม

ซึ่งใช้พลังงานผสมทั้งน้ํามันและไฟฟ้า วิ่งได้ไกลกว่า เมื่อเทียบกับรถยนต์อื่นๆในรุ่นเดียวกันที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินธรรมดา โฆษณาชิ้นนี้เผยแพร่ไปทั่วโลก ในนั้นจะเห็นภาพรถยนต์พรีอุสวิ่งผ่าน

The beginning of steadfastness

How do we begin to think seriously about doing these things?

When our feelings and understanding of the economy Culture and well-being

Individuals are based on the fact that we need more things.
our world

Face more environmental problems every day until long. Is a tail

But what is called the solution Or strategies for “sustainability”

Ours has the characteristics that If not related to Solution

Will make the real problem worse. We deceive ourselves like

Countless in many ways, best-selling cars in the United States of America

Both the past and present are the Ford F-Series pickup trucks, which now come with options.

That is, the engine “Eco Boost” can run for 16 miles (25.74 kilometers).

Per 1 gallon of oil (3.78 liters) when running in the city in 2009, Toyota

Issued a television advertisement, “Prius”, a popular hybrid car.

Which uses mixed energy, both oil and electricity Run farther Compared to other cars

In the same model that uses conventional gasoline engines This ad is published all over the world. In there will see a picture of a Prius car running through

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ปัญหาที่ยากจะแก้

ระหว่างฤดูร้อน ปี 2010 ผมมีโอกาสไปบรรยายที่เมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการบรรยายเรื่องการเปลี่ยน

ระหว่างฤดูร้อน

ระหว่างฤดูร้อน แปลงสภาพภูมิอากาศที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยก่อนหน้าที่ผมจะบรรยายประมาณ 2 วัน
มีชาวเมลเบิร์นคนหนึ่งถามผมว่าแก่นสําคัญของสิ่งที่ผมจะบรรยายคืออะไร และเมื่อผมเริ่มอธิบาย เขาก็บอกให้ผมหยุด

“ลืมเรื่องทั้งหมดนั่นเลย” เขาพูด “แค่บอกผมว่า ควรซื้ออะไรดี” เขาเต็มใจที่จะเชื่อว่าโลกเราตกอยู่ในอันตราย

แต่เขา อยากได้คําอธิบายจากใครสักคนหนึ่งที่ตรงดิ่งไปสู่แนวทางแก้ปัญหาเลย มากกว่า ในทํานองว่า

รถของผมเป็นปัญหาหรือเปล่า บอกผมว่าควร ขับรถอะไรแทน ผมใช้เครื่องรับโทรทัศน์ที่ไม่ถูกต้องใช่ไหม

ถ้างั้นผมจะ เปลี่ยนมัน เคาน์เตอร์ในครัวของผมไม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใช่ไหม ถ้า อย่างนั้นผมจะเปลี่ยนไปเป็นอะไรก็ได้ตามที่คุณบอก

นี่เป็นแนวทางที่พวกเราส่วนใหญ่คิดไม่ว่าเราจะคิดว่าเราคิด หรือไม่ก็ตาม พวกเราเป็นนักบริโภคตัวยงและการตอบสนองของเราต่อ

ปัญหาทุกประเภทมักจะเกี่ยวข้องกับการบริโภคไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง เมื่อเราพูดว่า แค่บอกฉันว่าควรซื้ออะไรดี

นั้นก็เกี่ยวข้องกับการ บริโภคแล้ว ความท้าทายเกิดขึ้นเมื่อการบริโภคกลายเป็นประเด็นปัญหา ในตัวมันเอง

ไม่ว่าจะเป็นการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล ปล่อยคาร์บอนได ออกไซด์ ใช้น้ํา ทิ้งขยะ ทําลายแหล่งที่อยู่ และความเครียดของประชากร

During the summer of 2010, I had the opportunity to lecture in Melbourne, Australia, as part of a lecture on change.

During the summer The climate change has been supported by the state for 1 week. Before that, I would lecture about 2 days.
There was one Melbourneian who asked me what the essence of what I would describe. And when I began to explain He told me to stop.

 “Forget about all that,” he said. “Just tell me what to buy.” He is willing to believe that the world is in danger.

 But he wanted an explanation from someone who was more direct to the solution than in the melody.

Is my car a problem? Tell me what to drive. Instead, I use the wrong television.

If so, I will change it. The counter in my kitchen does not conserve the environment, right? If so, I will change to whatever you say.

This is the way that most of us think, whether we think we think or not, we are an avid consumer and our response continues.

Every type of problem is related to consumption of one kind or another. When we say Just tell me what to buy

Is related to consumption. The challenge arises when consumption becomes a problem in itself.

Whether using fossil fuels Release carbon dioxide. Use waste water to destroy sources of habitat. And the stress of the population

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่