ความหนาแน่นของประชากรเป็นกุญแจสําคัญ

ความหนาแน่น ของ ประชากร เป็นกุญแจสําคัญสําหรับ 3 บทเรียนพื้นฐานเหล่านี้ ความจริงแล้วเพียงแค่อาศัยอยู่ใกล้ชิดกันทั้งกับ คนอื่นและสถานที่ที่เราทํางาน ช้อปปิ้ง และพักผ่อนหย่อนใจมากขึ้น

ก็ เท่ากับเราอยู่ในพื้นที่เล็กลงและขับรถน้อยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนึ่ง ในข้อเท็จจริงที่ดึงดูดใจที่สุดเกี่ยวกับความหนาแน่นของประชากรสูงใน

ฐานะที่เป็นกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมก็คือ ประโยชน์ของมันมีลักษณะเป็น โครงสร้าง กล่าวคือ ชาวเมืองใช้พลังงานน้อยกว่าไม่ใช่เพราะพวกเขามี สํานึก

“เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า” แต่เป็นเพราะแนวทางที่พวก เขาดํารงชีวิตทําให้ยากต่อการใช้พลังงานมากขึ้น ถึงแม้พวกเขาจะคิดว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องไร้สาระของพวกฝ่ายซ้าย

ความหนาแน่น ชาวนิวยอร์กซิตี้เองก็รู้สึกแปลกใจเช่นเดียวกับใครก็ตามเมื่อทราบว่าพวก เขาใช้พลังงานและสร้างรอยเท้าคาร์บอนน้อยที่สุดในสหรัฐ นั่นหมาย ความว่าพฤติกรรมการใช้พลังงานต่ําของพวกเขาส่วนใหญ่แล้วเป็นไป โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะพฤติกรรมที่ทําไปโดยไม่รู้ตัวไม่จําเป็นต้อง บังคับ

ความหนาแน่น
ความหนาแน่น

Population density is the key to these 3 basic lessons. In truth, just living close together with Other people and places where we work, shop and more relax

Is equal to we being in a smaller area and driving less inevitably. One of the most appealing facts about the high population density in The environmental

strategy is Its benefits are structural: that people use less energy, not because they have conscience.

“More environmentally friendly” but because of the way they He lives a life that makes it more difficult to use energy. Although they think that Climate change is the nonsense of the left.

New York City people are also surprised, like anyone, when they know that They use the least amount of energy and produce

carbon footprints in the United States. This means that their low energy behavior is largely unknowable, which is a good thing because unknowingly done behavior doesn’t have to be enforced.

Population density Is a measure of the population in a given area depending on the sample chosen for exploration, such as population density in the country Or population density in residential areas And sometimes it is difficult to measure the exact density The units used to measure density are the population per square kilometer or the number of houses per area.

Or population density in residential areas And sometimes it is difficult to measure the exact density The units used to measure density are the population per square kilometer or the number of houses per area.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้น

ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้น

ทุกครั้งที่ ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้น ชาวอเมริกันพูดถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างกระตือรือร้น แต่ความจริง เก็คือ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพในพื้นที่ส่วนใหญ่ของ สหรัฐ และเป็นความจริงเช่นเดียวกันในแคนาดาและออสเตรเลีย ซึ่ง สหรัฐใช้เป็นสถานที่ผลิตรถยนต์ระดับโลกของ 3 บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ของสหรัฐ (ที่เรียกว่าบิ๊กทรี ได้แก่ จีเอ็ม ฟอร์ด ไครส์เลอร์) ก่อให้เกิดการ ใช้พลังงานต่อหัวและผลิตรอยเท้าคาร์บอนสูง

 ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้น

ข้อเท็จจริงที่น่าท้อใจก็คือ เบื้องล่างของประชากรที่ค่อนข้างหนา แน่นและจุดหมายปลายทางของพวกเขานั้น ระบบขนส่งไม่ได้ผล ใน ปลายทศวรรษ 1970 เจฟฟรีย์ ซูแพน และบอริส พุชคาเรฟ แห่งสมาคม การวางผังภูมิภาคของนิวยอร์ก กําหนดอย่างแน่ชัดว่า ระดับความหนา แน่นสูงสุดของประชากรที่ทําให้ระบบขนส่งมีประสิทธิภาพอยู่ที่ประมาณ 7 ครัวเรือนต

่อเอเคอร์ หรือมากกว่าความหนาแน่นของประชากรอเมริกัน ทั่วไปในเขตชานเมืองเท่าตัว ประโยชน์แท้จริงด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้จาก ระบบขนส่งจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าความหนาแน่นแตะระดับสูงกว่านี้ ซึ่งเป็น ระดับที่แม้แต่รถเมล์หรือรถไฟก็เริ่มจะดูเหมือนไม่สะดวก

จนคนหันมา ใช้วิธีเดินเอา ที่เมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซน่า มีระบบรถไฟรางเบาที่ดีและ ทันสมัย ซึ่งก่อสร้างโดยใช้งบประมาณก้อนใหญ่ที่มาจากเงินของประ ชาชน แต่จํานวนผู้โดยสารที่มาใช้บริการมีน้อยมาก ส่งผลให้ขาดทุน มหาศาล และการบริโภคพลังงานต่อหัวของประชาชนก็สูงกว่าการขับ

Every time the price of fuel oil rises Americans are keen on public transportation, but the truth is that it’s impossible to have an efficient transportation system in most

parts of the United States, and it’s also true in Canada and Australia, which the United States uses as car

manufacturing facilities. The global level of the 3 major automobile companies of the United States (known as the Big Three, GM Ford Chrysler) caused the Uses energy per capita and produces high carbon footprints

The disappointing fact is The bottom of the population is quite thick. Tight and their destination is Transportation systems were ineffective in the late 1970s. Jeffrey Suphan and Boris Pushkarev of the New York

Regional Planning Association Clearly determine the maximum density of the population that makes the transportation system efficient at around 7 households.

Acre or more of the American population density General in the suburbs doubled The true environmental benefits that can be gained from Transportation will not occur until the density reaches a higher level, which is even so that buses or trains will start to seem

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

แบบและระบบกฏหมายของเราชาวประชากร

แบบและ ระบบกฎหมาย ของเรา

เป็นบันทึกแห่งความมุ่งมั่นของเราที่จะใส่พื้นที่ว่างจะ คนอื่น เมืองที่ขยายตัวออกไปเป็นพรหมลิขิตของเราที่เห็นได้ แท้จริงมาตั้งแต่ต้น เราฝังค่านิยมนไร ไม่เพียงในทางจิตวิญญา โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ยังอยู่ใน ระบบกฎหมาย ของ ผ่านข้อกําหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่กําหนดเงื่อนไขให้แยกพื้นที่ กันขั้นต่ําแทนที่จะเป็นขั้นสูงสุดระบบกฎหมาย

และบ่อยครั้งแนวปฏิบัติ ดูเหมือนจะเป็นคําพิพากษาว่าพลเมืองทุกคนมีสิทธิในการจอดรถที่ สามารถโอนให้กันได้ แต่ในแง่ที่ขัดแย้งในตัวเองก็คือ ระยะห่า เป็นการขยายตัวเราให้ใหญ่ขึ้นด้วยตัวของมันเอง

ตอนที่ผมและการ อาศัยอยู่นิวยอร์ก ผมไม่คิดอะไรเลยขณะเดิน 2 ไมล์เพื่อไปทําธุระปะไง ธรรมดา เพราะบนถนนของเมืองที่ยุ่งวุ่นวายนั้นอัดแน่นไปด้วยร้านค้า ซึ่งมีสิ่งน่าสนใจให้มองและคิดอยู่เสมอ และเป็นเพราะทางเลือกด้านการ

คมนาคมปกติไม่ดึงดูดใจผม ตรงข้ามกับเมืองเล็กๆ ในรัฐคอนเนตทิคัต ของผม ผู้คนมักจะขับรถเป็นระยะทาง 150 หลา (ประมาณ 137 เมตร) ระหว่างร้านของชํากับร้านหนังสือ เพราะการขาดแคลนสิ่งคันกลาง ระหว่างจุดหมายปลายทางของพวกเขา ทําให้ระยะทางสั้นๆ นั้นไกล กว่าความเป็นจริง

Our legal form too, lifting the space out of

Is a record of our commitment to freeing space to others. The city that expands is our destiny. Truly from the beginning How do we embed values? Not only psychologically National infrastructure But still in the legal system of Pass the land use regulations which specify conditions for separating the area The minimum level instead of the highest level

And often guidelines Seems to be a verdict that all citizens have the right to park at Can be transferred to each other But in a paradoxical self, the term is an expansion of itself.

When I and Live in new york I didn’t think anything while walking 2 miles to go on a business trip. Basically, because the busy city streets were packed with shops. Which has always interesting things to look at and think of And because of the choice of

Normal communications didn’t attract me. Opposite small town In my Connecticut state, people often drive 150 yards (about 137 meters) between a grocery store and a bookstore. Because of the shortage of medium things Between their destinations Making that short distance farther than it actually is

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การอยู่ในพื้นที่เล็กลง หมายถึง การครอบครองพื้นที่

การอยู่ในพื้นที่เล็กลง หมายถึง การครอบครองพื้นที่ อยู่อาศัยน้อย ลงอย่างที่ชาวเมืองต้องทําด้วยความจําเป็น ขนาดบ้านโดยเฉลี่ยของชาว อเมริกันเพิ่มขึ้นเท่าตัวนับจากปี 1950 ถึงแม้ว่าจํานวนครัวเรือนโดยเฉลี่ย จะลดลง (ขณะเดียวกันขนาดเฉลี่ยของอพาร์ตเมนต์ในนิวยอร์กซิตที่ตอน แรกเล็กอยู่แล้ว ก็ยิ่งเล็กลงไปอีก)การครอบครองพื้นที่

การมีพื้นที่อยู่อาศัยใหญ่หมายถึงการ ใช้วัตถุดิบในการก่อสร้างมากขึ้น มีเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องทํา ความร้อน เครื่องทําความเย็นมากขึ้น และในทุกการใช้งาน ย่อมหมายถึง การใช้พลังงานมากขึ้นไปอีก ผมและภรรยาไม่ใช่เพียง 2 คนในบรรดา เจ้าของบ้านชาวอเมริกันที่มีห้องนั่งเล่น ซึ่งนานๆ ที่จะเข้าไปใช้

ยกเว้นแต่ จะไปตบเบาะโซฟาให้นุ่มฟูหรือไม่ก็ดูดฝุ่นพรม การมีพื้นที่อาศัยขนาด ใหญ่ยังหมายถึงการมีรถยนต์มากขึ้น สนามหญ้ากว้างขึ้น ถนนยาวขึ้น ถนนหลวงใหญ่ขึ้น ที่จอดรถและสาธารณูปโภคพื้นฐานของเมืองมากขึ้น และอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ ทั้งหมดของชานเมืองที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้

การครอบครองพื้นที่ อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น หมายถึงลดระยะห่างระหว่างตัวเราและ ทุกแห่งที่เราไป นี่เป็นเรื่องยากเป็นพิเศษสําหรับชาวอเมริกัน เพราะใน หลายๆ ทาง ประวัติศาสตร์ของชาติอเมริกาซึ่งเริ่มต้นด้วยผู้แสวงบุญ

Being in a smaller area Means occupying little living space As the people had to do as necessary Average house size of the people Americans have doubled since 1950, although the average number of households has decreased (meanwhile, the average size of apartments in New York City, when First is small Is even smaller)

Having a large living space means Use more construction materials Have furniture Electrical appliances, heating appliances, more cooling appliances And every use means more energy consumption My wife and I are not the only 2 of the American homeowners who have a living room that will be used for a long time.

Except to slap the sofa cushion to be soft, fluffy or vacuum the carpet The size of living space. Bigger also means having more cars The lawn is wider, the road is longer, the highway is bigger. More parking and basic public utilities And other decorations All of the suburbs inevitably increased.

Being closer together Means reducing the distance between us and Everywhere we go This is especially difficult for Americans, because in many ways the American history began with pilgrims.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ความปรารถนาที่ต้านทานในรถยนต์

ความปรารถนาที่ต้านทานในรถยนต์

ในรถยนต์ และ ค่ายลูกของคุณไปนั่งที่เบาะจก เพราะ จุดประสงค์ แท้จริงทั้งหมดของการ กับลายแต่ก็คือ มันเป็นหนทางเดียวที่จะทําให้คุณไปไหนมาไหนได้ (หนึ่ง ในสิ่งแลกๆ ที่ผมและภรรยาทําในบ้านใหม่ ก็คือการทําให้น้ําหนักตัวของ พวกเราเพิ่มขึ้นคนละ 10 ปอนด์) ชีวิตของเราในตอนแรกดูเหมือนจะ “เขียวกว่า” ตอนที่เราอาศัยอยู่ในเมือง เพราะบ้านของเราซึ่งมีอายุเก่า แต่ 200 ปี อยู่ตรงข้ามถนนฝนจากการอนุรักษ์ธรรมชาติ เราเห็นสัตว์ป่า ตลอดเวลา แต่เมื่อวัดในเชิงวัตถุวิสัยหรือตามความเป็นจริงแล้ว รายการ บาปของเราที่ทําต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอย่างน่าฟัง เพียงแค่ผลจากการ ที่เราเดินทาง 20 ไมล์เข้าไปที่เนินเขา ระดับการใช้พลังงานและการก่อ

จุดประสงค์
จุดประสงค์

รอยเท้าคาร์บอนก็ไต่สูงขึ้นจากระดับล่างสุดของค่าเฉลี่ยที่คนอเมริกันใช้ ไปจนเกือบถึงระดับบนสุดทั้งหมดนี้หมายความว่า ไม่ว่าการหยั่งราคาสักเซวตกเฉกเกเบาเตือนเราบ่อยๆ อย่างไรก็ตาม แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการลดรายนายกทิศทาง เมืองศูนย์กลางที่มีลักษณะผสมผสานสิ่งอํานวย

ดวกไว้ในพื้นที่เดียวกันและมีประชากรหนาแน่นเป็นแม่แบบด้าน สิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าเขตชนบทของภูมิภาคนิวอิงแลนด์ อย่างมาก เมือง ซึ่งหนาแน่นดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าสวรรค์ในเขตชนบทที่เต็มไปด้วยใบไม้ บทเรียนสําคัญสามารถสรุปได้ง่ายๆ ว่า เพื่อจะลดผลกระทบใหญ่ๆ ต่อ สิ่งแวดล้อม เราจําเป็นต้องหาวิธีที่ใช้กันทั่วโลกในการอยู่ในพื้นที่เล็กลง อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น และขับรถให้น้อยลง นี่คือ จุดประสงค์ ทั้งหมด

Take your car and camp to the seat because of the whole purpose of With stripes but is It’s the only way you can get around (one of the things that my wife and I did in a new home. Is to make the weight of We increased 10 pounds each) Our life at first seemed more “greener”

when we lived in the city. Because our house, which is 200 years old, is opposite the rain road from nature conservation We see wildlife all the time, but when measured objectively or in reality, the list of our sins to the environment increases dramatically. Just the result of That we traveled 20 miles into the hill Energy consumption and formation

Carbon footprints also climb higher from the bottom level of the average American All the way to the top level. No matter how much the price drops, as often reminds us, however, if talking about reducing the prime direction The central city that combines features

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การใช้พลังงาน เครื่องใช้ไฟฟ้า

การใช้พลังงาน เครื่องใช้ไฟฟ้า

แอ แบบลายเบญผล ซึ่งโดยสรุปแล้วก็คือความปรารถนาที่ ไม่ได้เป็นเพียงอลูกของเราในแนวทางเดียวกับที่พวกเราแต่ละคน แพเลี้ยงอมา เป็นที่อยู่ในบ้านหลังใหญ่การใช้พลังงาน

สนามหญ้าขนาดใหญ่ ทาง เป็นที่เป็นไปด้วยคลยน และไม่มีใครสักคนในพวกเรารู้สึกเสียใจอย่าง ลางที่ยายออกมา (ถึงแม้ว่าในตอนนี้ลูกของเราทั้งสองคนอาศัยอยู่ใน 1. พ. พยับยนก็ยาม)

แต่ไม่มีสิ่งใดเลยเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่า ในแง่ของผลกระทบ ส่วนบุคคล การที่เคา อบครัวของผมย้ายจากเมืองไปอยู่ชนบทเป็นหายนะ เต้นนิเวศ

การใช้พลังงาน ของเราพุ่งขึ้นมาก รอยเท้าคาร์บอนของเรา ขยายตัวหลายเท่า จํานวนเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและข้าวของที่นานๆ

จึงจะได้ใช้ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเต็มพื้นที่ส่วนใหญ่ในบ้านใหม่ของเรา เสาค้นพบสิ่งธรรมดาสามัญสําหรับอดีตคนเมือง นั่นคือเมื่อคุณย้ายจาก เมืองไปอยู่ทนบท สิ่งที่คุณทําจริงๆ ก็คือการย้ายเข้าไป

Pattern, which results in a summary of the desire Is not just our children in the same way that each of us raises to live in a big house

The large lawn on the way is possible with And

no one of us feels sad like Omen that grandma came out (Although at this time, both of our children live in 1. May, Payayong also)

But nothing changed the fact that In terms of personal impact, my catastrophic move from the city to the

countryside was a disaster. Ecological dance (our energy usage

.has skyrocketed Our carbon footprint Multiplied Number of furniture Appliances and belongings

that last a long time so they can use more quickly to fill most of the space in our new home Pillar discovered ordinary things for the

former city people That is when you move from The city went to live with it What you really do Is to move in

(Although at this time, both of our children live in 1. May, Payayong also)

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

จุดประสงค์ของประชากร

จุดประสงค์ของผมในการเชิดชูประโยชน์ที่ได้จาก ความหนาแน่นของประชากร ไม่ได้ต้องการจะโต้แย้งว่าผู้อยู่อาศัยในแมตฮัตตัน ฮ่องกง และใจกลางปารีส มีศิลธรรมเหนือกว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ใน เวอร์มอนต์หรือไวโอมิง หรือต้องการจะชี้แนะว่าทุกคนควรอยู่กันอย่าง เบียดเสียดและย้ายไปอยู่โตเกียว เพราะความหนาแน่นของประชากรก็มี ด้านลบหลายอย่างเหมือนกัน รวมทั้งข้อเท็จจริงที่ว่าการบีบอัดประชาชน และจุดหมายปลายทาง

ความหนาแน่นของประชากร

ของพวกเขาเข้าไว้ด้วยกันอย่างใกล้ชิด ทําให้ โรคติดต่อ สงคราม และภัยพิบัติทางธรรมชาติมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่สร้างหายนะให้กับหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น เมื่อต้นปี 2011 คงจะก่อให้เกิดการเสียชีวิตและสูญเสียทรัพย์สินน้อยกว่า นี้มาก

และถ้าหากผลกระทบใหญ่ไปเกิดกับบริเวณที่มีประชากรเบาบางกว่านี้ ผมเองไม่ใช่ว่าไม่ตระหนักถึงแง่มุมการใช้ชีวิตที่ไม่น่าพิสมัยหลายอย่างใน ใจกลางเมืองที่หนาแน่น อันรวมถึงเสียง กลิ่นเหม็น หมอกควัน ควันเสีย รถยนต์ อาชญากรรม อพาร์ตเมนต์เล็กจิ๋ว โรงเรียนแย่ๆ สนามเด็กเล่น ที่น่าหดหู การขาดแคลนพืชผัก และแรงบีบคั้นต่อ ความหนาแน่นของประชากร

My purpose in glorifying the benefits that come from thickness. Population density Didn’t want to argue that residents of Matt Hut, Hong Kong and the center of Paris

Having morals superior to the people who live in Vermont or Wyoming Or want to point out that everyone should live

like Scramble and move to Tokyo Because of the density of the population Many negative sides are the same. Including the fact that public compression And destinations

Their close contact, making communicable diseases, wars and natural disasters more effective The earthquake and tsunami that wreaked havoc in many parts of Japan in early 2011 would cause deaths and loss of assets much less than this.

And if a large impact occurs on a more sparse population I am not aware that many unfamiliar life styles in Dense city center Including the sound of bad smells, smog, bad smoke, cars, crime, tiny apartments, terrible schools, dripping playgrounds, lack of vegetables And the oppression of humanity

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

จุดประสงค์ของผมในการเชิดชูประโยชน์

จุดประสงค์ของผมในการเชิดชูประโยชน์ที่ได้จากความหนา แน่นของประชากร ไม่ได้ต้องการจะโต้แย้งว่าผู้อยู่อาศัยในแมตฮัตตัน ฮ่องกง และใจกลางปารีส มีศิลธรรมเหนือกว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ใน เวอร์มอนต์หรือไวโอมิง หรือต้องการจะชี้แนะว่าทุกคนควรอยู่กันอย่าง เบียดเสียดและย้ายไปอยู่โตเกียว เพราะความหนาแน่นของประชากรก็มี ด้านลบหลายอย่างเหมือนกัน รวมทั้งข้อเท็จจริงที่ว่าการบีบอัดประชาชน

ฮ่องกง

และจุดหมายปลายทางของพวกเขาเข้าไว้ด้วยกันอย่างใกล้ชิด ทําให้ โรคติดต่อ สงคราม และภัยพิบัติทางธรรมชาติมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่สร้างหายนะให้กับหลายพื้นที่ ฮ่องกง ของญี่ปุ่น เมื่อต้นปี 2011

คงจะก่อให้เกิดการเสียชีวิตและสูญเสียทรัพย์สินน้อยกว่า นี้มาก ถ้าหากผลกระทบใหญ่ไปเกิดกับบริเวณที่มีประชากรเบาบางกว่านี้ ผมเองไม่ใช่ว่าไม่ตระหนักถึงแง่มุมการใช้ชีวิตที่ไม่น่าพิสมัยหลายอย่างใน ใจกลางเมืองที่หนาแน่น อันรวมถึงเสียง กลิ่นเหม็น หมอกควัน ควันเสีย รถยนต์ อาชญากรรม อพาร์ตเมนต์เล็กจิ๋ว โรงเรียนแย่ๆ สนามเด็กเล่น ที่น่าหดหู การขาดแคลนพืชผัก และแรงบีบคั้นต่อมนุษยชาติที่ดํารงอยู่

My purpose in glorifying the benefits that come from thickness. Population density Didn’t want to argue that residents of Matt Hut,

Hong Kong and the center of Paris Having a moral superiority than the people living in Vermont or Wyoming Or want to point out that everyone

.should live like Scramble and move to Tokyo Because of the density of the population Many negative sides are the same.

Including the fact that people’s compression And their destinations

together closely, making communicable diseases, wars and natural disasters more effective. The earthquake and tsunami that wreaked havoc

in many areas of Japan in early 2011 would result in deaths and loss of assets much less if a large impact would be on a sparsely populated area. I am not aware that many unfamiliar life styles in.

Dense city center Including the sound of bad smells, smog, bad smoke, cars, crime, tiny apartments, terrible schools dripping playgrounds, lack of vegetables And the oppression of humanity

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

รวมทั้งจัดหาสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ใหญ่โต

คอนเนตทิคัต โรดไอส์แลนด์ เดลาแวร์ นิวเจอร์ซีย์ แมริแลนด์ เวอร์จิเนีย และเวอร์มอนต์รวมกัน จากนั้นคุณก็ จะต้องหาสถานที่ให้ชาวนิวยอร์กซิตี้เหล่านี้อยู่อาศัย

รวมทั้งจัดหาสาธาร ณูปโภคพื้นฐานที่ใหญ่โตจํานวนมากให้กับย่านชานเมืองที่ขยายตัวออก ไป ไม่ว่าจะเป็นถนน ท่อระบายน้ํา สายส่งไฟฟ้า ปั้มน้ํามัน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีก โรงเรียน ที่จอดรถ

ในทางตรงกันข้าม ประชากรของรัฐอะแลสกาและมอนแทนารวม กันมีมากกว่าประชากรของ

โรดไอส์แลนด์
โรดไอส์แลนด์

แมนฮัตตันเพียงเล็กน้อย ทั้งที่ 2 รัฐนี้มีพื้นที่ คิดเป็น 1 ใน 5

ของพื้นที่ทั้งหมดในสหรัฐ ขณะที่รัฐไวโอมิงและนอร์ท ดาโคตา ซึ่งอยู่อันดับ 1 และ 4 ตามลําดับจากทั้งหมด 50 รัฐ ในแง่ของ การใช้พลังงานต่อหัวมากที่สุด มีจํานวนประชากรน้อยกว่าผู้อยู่อาศัย

ในเขตบรองซ์ของนิวยอร์กซิตี้ ข้อมูลเกี่ยวกับประชากรเหล่านี้บ่งชีว่ามี ความเป็นไปได้ที่จะก่อให้เกิดปัญหาแบ่งแยกทางการเมือง ในแง่ของการ บัญญัติกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาพลังงานและภูมิอากาศ กล่าวคือ 4 รัฐ

ที่บริโภคพลังงานสูงดังที่กล่าวไปแล้วมีวฒิสมาชิกที่เป็นตัวแทนของพื้นที่ ถึง 8 คน ขณะที่เขตแมนฮัตตันและบรองซ์ของนิวยอร์กซิติซึ่งมีจํานวน ประชากรเท่ากันแต่สร้างรอยเท้าคาร์บอนเพียงเสี้ยวเดียวมีวุฒิสมาชิก เป็นตัวแทนน้อยกว่า 1 โรดไอส์แลนด์

Connecticut, Rhode Island, Delaware, New Jersey, Maryland, Virginia, and Vermont together, then you’ll have to find places for these New York City residents.

Including public water supply A large amount of basic utilities for the extended suburbs such as roads, drains, electricity transmission lines, gas stations, hospitals, shopping centers, retail stores, schools, parking lots.

on the other hand The population of Alaska and Montana is included. Together is slightly more

than the population of Manhattan, although the two states have an area of ​​1 in 5 of the total area in the United

States While the state of Wyoming and North Dakota, which are ranked 1 and 4, respectively, out of a total of 50 states

in terms of energy consumption per capita the most. Has a smaller population than residents

In the Bronx area of ​​New York City Information about these populations indicates that there is The possibility of creating

political discrimination in the form of legislation to solve energy and climate problems, namely the 4 states

As mentioned above, there are up to 8 members representing the area, while the Manhattan and Bronx areas of New York City

which have The population is equal but creates only one carbon footprint. Represent less than 1

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ชาวเวอร์มอนต์โดยทั่วไปใช้น้ํามันเชื้อเพลิง

ชาวเวอร์มอนต์โดยทั่วไปใช้ น้ํามันเชื้อเพลิง 545 แกลลอน ต่อคนต่อปี มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ชาวอเมริกันใช้เกือบ 100 แกลลอน และ ยังใช้มากกว่าชาวแมนฮัตตัน 6 เท่า

(ในจํานวน 50 รัฐ เวอร์มอนต์ได้ รับ น้ํามันเชื้อเพลิง อันดับสูงเป็นที่ 4 ในแง่ของการใช้น้ํามันเชื้อเพลิงต่อคน ขณะที่รัฐ นิวยอร์กทั้งหมดใช้น้ํามันน้อยที่สุด สาเหตุก็เพราะนิวยอร์กซิตนั่นเอง)

การกระจายประชากรให้อยู่อย่างเบาบางกระจัดกระจายทั่วรัฐแบบเวอร์ มอนต์ อาจทําให้พวกชาวเวอร์มอนต์รู้สึกว่าเมืองเป็นสีเขียว และเป็

สีเขียวในสายตาของฟอร์บส์ด้วย แต่แท้จริงแล้วมันเ

น้ํามันเชื้อเพลิง

พิ่มการทําลายสิ่งลายนั้นยากต่อการตรวจพบแวดล้อม และขณะเดียวกันยังทําให้การทําลายนั้นยากต่อย และแก้ไข หนทางง่ายๆ ที่จะมองเห็นก็คือ

จินตนาการถึงนิวยอร์ก ที่ถูกรื้อและกระจายประชากร 8.4 ล้านคนของมันไปอยู่ทั่วเขตชนบท โดยให้มีความหนาแน่นของประชากรเท่ากับรัฐเวอร์มอนต์ การจะทํา อย่างนั้นได้ คุณอาจต้องการพื้นที่อาศัยในระดับเท่ากับพื้นที่ของรัฐเมนนิวแฮมป์เชียร์ แมสซาชูเซตส์

Vermont residents generally use 545 gallons of fuel per person per year, more than the average American uses nearly 100 gallons and still use 6 times more than the people of Manhattan

(in the 50 states of Vermont. Ranked 4th in terms of fuel consumption per person while New York State uses the least oil. The reason is because New York City)

Spreading the population sparse throughout the Vermont state may make the Vermont people feel that the city is green and is.Green in the eyes of Forbes too But in fact it increases the destruction of destructive objects that are difficult to detect And at the same time also make the destruction difficult to sting and fix. The easy way to see is

Imagine New York Which has been dismantled and distributed to its 8.4 million people throughout rural areas To have a population

density equal to Vermont. To do that  you may want a living area at the level of Maine, New Hampshire Massachusetts

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่