รวมทั้งจัดหาสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ใหญ่โต

คอนเนตทิคัต โรดไอส์แลนด์ เดลาแวร์ นิวเจอร์ซีย์ แมริแลนด์ เวอร์จิเนีย และเวอร์มอนต์รวมกัน จากนั้นคุณก็ จะต้องหาสถานที่ให้ชาวนิวยอร์กซิตี้เหล่านี้อยู่อาศัย

รวมทั้งจัดหาสาธาร ณูปโภคพื้นฐานที่ใหญ่โตจํานวนมากให้กับย่านชานเมืองที่ขยายตัวออก ไป ไม่ว่าจะเป็นถนน ท่อระบายน้ํา สายส่งไฟฟ้า ปั้มน้ํามัน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีก โรงเรียน ที่จอดรถ

ในทางตรงกันข้าม ประชากรของรัฐอะแลสกาและมอนแทนารวม กันมีมากกว่าประชากรของ

โรดไอส์แลนด์
โรดไอส์แลนด์

แมนฮัตตันเพียงเล็กน้อย ทั้งที่ 2 รัฐนี้มีพื้นที่ คิดเป็น 1 ใน 5

ของพื้นที่ทั้งหมดในสหรัฐ ขณะที่รัฐไวโอมิงและนอร์ท ดาโคตา ซึ่งอยู่อันดับ 1 และ 4 ตามลําดับจากทั้งหมด 50 รัฐ ในแง่ของ การใช้พลังงานต่อหัวมากที่สุด มีจํานวนประชากรน้อยกว่าผู้อยู่อาศัย

ในเขตบรองซ์ของนิวยอร์กซิตี้ ข้อมูลเกี่ยวกับประชากรเหล่านี้บ่งชีว่ามี ความเป็นไปได้ที่จะก่อให้เกิดปัญหาแบ่งแยกทางการเมือง ในแง่ของการ บัญญัติกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาพลังงานและภูมิอากาศ กล่าวคือ 4 รัฐ

ที่บริโภคพลังงานสูงดังที่กล่าวไปแล้วมีวฒิสมาชิกที่เป็นตัวแทนของพื้นที่ ถึง 8 คน ขณะที่เขตแมนฮัตตันและบรองซ์ของนิวยอร์กซิติซึ่งมีจํานวน ประชากรเท่ากันแต่สร้างรอยเท้าคาร์บอนเพียงเสี้ยวเดียวมีวุฒิสมาชิก เป็นตัวแทนน้อยกว่า 1 โรดไอส์แลนด์

Connecticut, Rhode Island, Delaware, New Jersey, Maryland, Virginia, and Vermont together, then you’ll have to find places for these New York City residents.

Including public water supply A large amount of basic utilities for the extended suburbs such as roads, drains, electricity transmission lines, gas stations, hospitals, shopping centers, retail stores, schools, parking lots.

on the other hand The population of Alaska and Montana is included. Together is slightly more

than the population of Manhattan, although the two states have an area of ​​1 in 5 of the total area in the United

States While the state of Wyoming and North Dakota, which are ranked 1 and 4, respectively, out of a total of 50 states

in terms of energy consumption per capita the most. Has a smaller population than residents

In the Bronx area of ​​New York City Information about these populations indicates that there is The possibility of creating

political discrimination in the form of legislation to solve energy and climate problems, namely the 4 states

As mentioned above, there are up to 8 members representing the area, while the Manhattan and Bronx areas of New York City

which have The population is equal but creates only one carbon footprint. Represent less than 1

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ชาวเวอร์มอนต์โดยทั่วไปใช้น้ํามันเชื้อเพลิง

ชาวเวอร์มอนต์โดยทั่วไปใช้ น้ํามันเชื้อเพลิง 545 แกลลอน ต่อคนต่อปี มากกว่าค่าเฉลี่ยที่ชาวอเมริกันใช้เกือบ 100 แกลลอน และ ยังใช้มากกว่าชาวแมนฮัตตัน 6 เท่า

(ในจํานวน 50 รัฐ เวอร์มอนต์ได้ รับ น้ํามันเชื้อเพลิง อันดับสูงเป็นที่ 4 ในแง่ของการใช้น้ํามันเชื้อเพลิงต่อคน ขณะที่รัฐ นิวยอร์กทั้งหมดใช้น้ํามันน้อยที่สุด สาเหตุก็เพราะนิวยอร์กซิตนั่นเอง)

การกระจายประชากรให้อยู่อย่างเบาบางกระจัดกระจายทั่วรัฐแบบเวอร์ มอนต์ อาจทําให้พวกชาวเวอร์มอนต์รู้สึกว่าเมืองเป็นสีเขียว และเป็

สีเขียวในสายตาของฟอร์บส์ด้วย แต่แท้จริงแล้วมันเ

น้ํามันเชื้อเพลิง

พิ่มการทําลายสิ่งลายนั้นยากต่อการตรวจพบแวดล้อม และขณะเดียวกันยังทําให้การทําลายนั้นยากต่อย และแก้ไข หนทางง่ายๆ ที่จะมองเห็นก็คือ

จินตนาการถึงนิวยอร์ก ที่ถูกรื้อและกระจายประชากร 8.4 ล้านคนของมันไปอยู่ทั่วเขตชนบท โดยให้มีความหนาแน่นของประชากรเท่ากับรัฐเวอร์มอนต์ การจะทํา อย่างนั้นได้ คุณอาจต้องการพื้นที่อาศัยในระดับเท่ากับพื้นที่ของรัฐเมนนิวแฮมป์เชียร์ แมสซาชูเซตส์

Vermont residents generally use 545 gallons of fuel per person per year, more than the average American uses nearly 100 gallons and still use 6 times more than the people of Manhattan

(in the 50 states of Vermont. Ranked 4th in terms of fuel consumption per person while New York State uses the least oil. The reason is because New York City)

Spreading the population sparse throughout the Vermont state may make the Vermont people feel that the city is green and is.Green in the eyes of Forbes too But in fact it increases the destruction of destructive objects that are difficult to detect And at the same time also make the destruction difficult to sting and fix. The easy way to see is

Imagine New York Which has been dismantled and distributed to its 8.4 million people throughout rural areas To have a population

density equal to Vermont. To do that  you may want a living area at the level of Maine, New Hampshire Massachusetts

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

แนวคิดดังเดิมเกี่ยวกับการอยู่อาศัย

แนวคิดดังเดิมเกี่ยวกับ การอยู่อาศัย

การอยู่อาศัย
การอยู่อาศัย

เหตุผลดังที่กล่าวมาแล้วขัดแย้งกับแนวคิดดังเดิมเกี่ยวกับ การอยู่อาศัย ที่สร้างผลกระทบตํา ในปี 2007 นิตยสารฟอร์บส์ ได้ทําการประ เมินข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมใน 50 รัฐของสหรัฐ และเลือกให้เวอร์มอนต์ เป็นเมืองที่เขียวหรือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เป็นความจริงที่ ว่าเวอร์มอนต์อุดมด้วยต้นไม้ พื้นที่เกษตร การทําปุ๋ยหมัก

และพลเมืองที่ เตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่มีทางด่วนที่หนาแน่น หรือเมืองขนาดใหญ่ และสกปรก (ประชากรของเบอร์ลิงตันซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของรัฐเวอร์ มอนต์มีไม่ถึง 40,000 คน) เวอร์มอนต์ยังได้รับอันดับสูงในเกือบทุกด้าน ซึ่งฟอร์บส์ใช้เป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ อย่างเช่นสัดส่วนของอาคารที่ ได้ใบรับรอง LEED และการลงมือปฏิบัติตามนโยบายสาธารณะที่ส่งเสริม ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

แต่การวิเคราะห์ของฟอร์บส์เป็นความเข้าใจผิด เพราะที่จริงแล้ว เวอร์มอนต์เป็นตัวอย่างที่แย่ด้านสิ่งแวดล้อม ในหลายหมวดที่มีความ สําคัญที่สุด เวอร์มอนต์ได้รับอันดับต่ํา มันไม่มีระบบขนส่งสาธารณะที่ สําคัญ (นอกจากเส้นทางรถบัสโรงเรียน) และเป็นเพราะประชากรของ เวอร์มอนต์อยู่กันกระจัดกระจาย มันจึงเป็นหนึ่งในรัฐที่พึ่งพารถยนต์มาก ที่สุดในสหรัฐ

The aforementioned reason conflicts with the previous concept of existence. In 2007, Forbes magazine evaluated environmental data in all 50 US states and chose Vermont. Is the greenest or most environmentally friendly city Is true that That Vermont is rich in trees, farmland, composting

And citizens who Environmental issues No heavy expressway Or a large and dirty city (the population of Burlington, which is the largest city in the state of Verlag Less than 40,000 people). Vermont also ranked high in almost every area. Which Forbes uses as a basis for analysis Such as the proportion of LEED certified buildings and the implementation of public policies that promote To use energy efficiently

But Forbes’s analysis is a misunderstanding. Because actually Vermont is a poor environmental example. In many of the most important categories, Vermont ranks low. It does not have an important public transport system (aside from school bus routes) and because of the population of Vermont scattered It is therefore one of the states that rely heavily on cars. The most in the United States

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

ความหนาแน่นของประชากรอย่างชาญฉลาด

การเพิ่มความหนาแน่นของ ประชากร อย่างชาญฉลาด ช่วยย่น ระยะห่างระหว่างประชาชนด้วยกัน และระหว่างประชาชนกับจุดหมาย ปลายทางของพวกเขา ซึ่งเป็นกุญแจสําคัญในการลดผลกระทบด้านลบ หลายอย่างต่อสิ่งแวดล้อมในกลุ่มประชากรที่ร่ํารวยและมีการเคลื่อนไหว อยู่ตลอด ทั่วโลกนั้นชุมชนที่เจริญรุ่งเรืองซึ่งใช้พลังงานน้อยที่สุดและ ทําลายสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเป็นเมืองแบบเดียวกับนิวยอร์ก กล่าวคือ

ประชากร
ประชากร

ประชากร มีพื้นที่พักอาศัยมีขนาดเล็ก การใช้อาคารที่พักอาศัยและพาณิชย์มีลักษณะ กระจาย การใช้รถยนต์ต่อหัวของประชากรมาก สถานที่อย่างฮ่องกง โตเกียว และบริเวณเก่าแก่ของเมืองหลวงในยุโรป (ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้าน สิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสําคัญจากการที่มีการก่อสร้างก่อนจะมีการสร้าง รถยนต์) ฮ่องกงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีประชากรหนาแน่นและมังดังที่สุด

โลก แต่ทว่าผู้อยู่อาศัยโดยเฉลี่ยใช้พลังงานประมาณ 1 ใน 3 ที่ชาว สกันโดยเฉลี่ยใช้ นั้นเป็นเพราะการอยู่อาศัยอย่างหนาแน่นอย่างชาญฉลาด

The smart population density helps to shorten the distance between people. And between people and destinations Their destination Which is the key to reducing negative effects In many wealthy and active populations around the world, a thriving community that uses the least energy and The least damage to the environment is like a city in New York.

The living area is small. The use of residential and commercial buildings is characterized by the widespread use of cars per capita of the population. Places like Hong Kong, Tokyo and the ancient capital cities of Europe. (Which has the advantage of (Hong Kong) is one of the most densely populated and most populous places in the world.

The world, but the average resident uses about 1 in 3 energy that the average citizen uses That is because of intensively dense living.

Can truly impact the environment Because of the ownership rate Private cars in New York have decreased a lot. Resulting in the efficient public transportation system restricting energy use in all categories And forced the residents in

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

การใช้พลังงานน้ำ

เมืองนี้ส่วนใหญ่พักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบที่พัก มีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก การอยู่อาศัยอย่างหนาแน่นมากยัง โอกาสในการบริโภค การใช้พลังงานน้ำ และผลิตขยะส่วนบุคคลอย่างมาก ชาวนิวยอร์ก สนามหญ้าของตัวเอง ไม่มีระบบเครื่องฉีดน้ําต้นไม้ (สปริงเกลอง ว่ายน้ํา หรือห้องหลายๆ ห้องที่นานๆ พวกเขาจะย่างเท้าเข้าไป และเง. เพราะพื้นที่ในการอยู่อาศัยคับแคบและราคาแพง พวกเขาจึงไม่สะสม เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน

การใช้พลังงานน้ำ
การใช้พลังงานน้ำ

การใช้พลังงานน้ำ มากไว้จํานวนมาก ผู้ไปเยือน นิวยอร์ก (และชาวนิวยอร์กเอง) มักจะบ่นเกี่ยวกับเรื่องขยะบนท้องถนน แต่ชาวนิวยอร์กแต่ละคนสร้างขยะแข็งในปริมาณที่น้อยกว่าชาวอเมริกัน ส่วนอื่นๆ การที่มีห้องให้ซื้อหาได้น้อย พวกเขาจึงซื้อสิ่งต่างๆ น้อยตาม ไปด้วย ดังนั้นก็ทิ้งขยะน้อย (ในชานเมืองทุกวันนี้ โรงรถไม่ได้มีไว้จอดรถ

เท่านั้น แต่ยังใช้เป็นที่เก็บสิ่งของส่วนเกินด้วย รวมทั้งอุปกรณ์สําหรับการ พักผ่อนหย่อนใจที่ไม่ได้ใช้ และเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งของคนที่แทบจะไม่ ทําอะไรบนสนามหญ้าของพวกเขา นอกจากใช้มันออกกําลังกายหรือมอง คนอื่นออกกําลังกาย) ชาวนิวยอร์กยังใช้น้ําน้อยกว่าคนอเมริกันที่อื่นๆ เพราะพวกเขาไม่มีสนามหญ้า ไม่มีสระว่ายน้ํา จึงมีโอกาสน้อยที่จะใช้น้ํา

Most of the city stays in apartments. Which is one of the forms of accommodation The most powerful in the world Living very intensively yet Consumption opportunities Water power consumption And produces a lot of personal waste. New Yorkers own lawns There are no sprinkler systems (spring swimming pools or many rooms where they will walk and walk because of the tight and expensive living space. They therefore do not accumulate. Household electrical appliances

Water power consumption A lot of visitors to New York (and New Yorkers) often complain about rubbish on the streets. But each New Yorker produces less solid waste than the rest of the Americans. There is little room to buy. So they buy a few things, too, so throw away less garbage. (In the suburbs today The garage does not have a parking space.

But also used as storage for excess items Including equipment for Unused recreation And hardly any outdoor furniture for people Do anything on their lawn Aside from using it for exercise or looking New Yorkers still use less water than Americans elsewhere. Because they don’t have lawns No swimming pool Therefore it is less likely to use water

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

เหตุผลในระดับ รากฐาน ที่ทําให้นิวยอร์กเป็นผู้นําในทุกด้าน

เหตุผลในระดับ รากฐาน ที่ทําให้นิวยอร์กเป็นผู้นําในทุกด้าน เป็น บางสิ่งที่ทําให้เมืองดูเหมือนเป็นฝันร้ายของระบบนิเวศสําหรับคนอเมริกัน ส่วนใหญ่ก็คือ การที่มันมีขนาดเล็กสุดขีดจนถึงขณะนี้นิวยอร์กเป็นเมือง ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของสหรัฐ

รากฐาน
รากฐาน

รากฐาน ในพื้นที่ 1 ตารางไมล์มีประชากร อาศัยอยู่มากกว่า 27,000 คน แมนฮัตตัน (ซึ่งมีขนาดเล็กที่สุดในจํานวน 5 เขตของนิวยอร์กซิตี) ยิ่งมีประชากรหนาแน่นกว่า โดย 1 ตารางไมล์ม ผู้อาศัยอยู่ถึง 67,000 คน หรือมากกว่าความหนาแน่นประชากรโดยเฉลี่ย ของประเทศโดยรวม 800 เท่า

การบีบอัดให้คนมาอาศัยอยู่ด้วยกันอย่าง แออัดอาจไม่ทําให้เมืองดูเป็นสีเขียว แผงพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) ของพวกเขาจะอยู่ที่ไหน ต้นไม้ที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และกองปุ๋ย หมักที่สวนหลังบ้านของพวกเขาจะอยู่ที่ใด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ช่วยลด

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง เพราะอัตราการเป็นเจ้าของ รถยนต์ส่วนตัวในนิวยอร์กลดลงมาก ทําให้ระบบขนส่งสาธารณะมีประ สิทธิภาพ จํากัดการใช้พลังงานทุกหมวดหมู่ และบังคับให้ผู้อยู่อาศัยใน

The underlying reason that made New York a leader in all aspects is something that makes the city seem like an ecological nightmare for Americans. Mostly is Its being extremely small. Until now, New York is a city. The most densely populated United States

In an area of ​​1 square mile, populated More than 27,000 people live in Manhattan (which is the smallest of the 5 districts of New York City). The more densely populated, with 1 square mile, 67,000 people or more, the average population density. Of the country as a whole 800 times

Compression, so people come to live together like Crowded may not make the city look green Where will their solar (solar) panels be? Where will trees absorb carbon dioxide and compost heaps in their backyard? But even then it helps reduce

Can truly impact the environment Because of the ownership rate Private cars in New York have decreased a lot. Resulting in the efficient public transportation system restricting energy use in all categories And forced the residents in

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

การลดจำนวนรถยนต์ ลดมลพิษ

เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์

เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์
เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์

เดิน จะพบว่าพวกเขามักเคลื่อนที่ระหว่างยานพาหนะและอาคารหรือ 1 เก็พยายามจะลดน้ําหนัก) สหรัฐในทุกวันนี้พึ่งพารถยนต์มากเสียจน4ครัวเรือนเป็นเจ้าของรถยนต์มากกว่า 2 คันโดยเฉลี่ย และมีครัวเรือนมากกว่า1ใน3ที่ครอบครองรถยนต์ถึง3 คัน(ในรัฐเซาท์ดาโคตา ครัว เรือนเกือบ 13 เปอร์เซ็นต์เป็นเจ้าของรถยนต์5คัน หรือมากกว่า)

ขณะ ที่นิวยอร์กซิตี้มีสภาพตรงกันข้าม เพราะครัวเรือน 54 เปอร์เซ็นต์ไม่มี รถยนต์ ส่วนตัวแม้แต่คันเดียว ในแมนฮัตตัน (เขตที่มีประชากรหนาแน่น ที่สุดของนิวยอร์กซิตี) ครัวเรือน 77 เปอร์เซ็นต์ไม่มีรถยนต์ และครอบ ครัวที่มีรถยนต์ส่วนใหญ่ก็ไม่ขับหรือใช้มันในรูปแบบเดียวกับคนอเมริกัน อื่นๆ

(ส่วนใหญ่แล้วคนแมนฮัตตันใช้รถเพื่อขับออกนอกแมนฮัตตัน ผู้อยู่ อาศัยในย่านควีนส์ บรูคลิน และบรองซ์ส่วนใหญ่แล้วใช้รถยนต์ส่วนตัว ในช่วงสุดสัปดาห์ ผู้อยู่อาศัยในเกาะสเตเด็นใช้รถยนต์ส่วนตัวค่อนข้าง จะเหมือนคนอเมริกันชานเมืองโดยเฉลี่ย ถึงแม้จะไม่มากเท่าก็ตาม)

Walk to find that they tend to move between vehicles and buildings, or 1. try to reduce weight). The United States today is so dependent on cars that 4 households own more than 2 cars on average and more

than 1 in 3 households occupy. 3 cars (in South Dakota, nearly 13 percent own 5 or more cars) while New York City has the opposite condition Because 54 percent of households do not have Even one

private car in Manhattan (a densely populated area 77 percent of households do not have cars and a family of cars that most of them do not drive or use in the same way as other Americans

(mostly Manhattan people use cars to drive outside of Man. Most Hutton residents in QueensBrooklyn and the Bronx use private cars. On the weekend Residents of the Stenden Islands use quite private cars. Will be like the average American suburb Although not as much)

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

ชุมชนเขียวที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ชุมชนเขียวที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ชุมชนเขียวที่สุดในสหรัฐอเมริกา
ชุมชนเขียวที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ชุมชนเขียวที่สุดในสหรัฐอเมริกา (greenest Community) ในสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน หรือโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด แต่เป็น นิวยอร์กซิตี (เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐนิวยอร์ก) สําหรับหลายคน รวมทั้ง ชาวนิวยอร์กจํานวนมาก

แนวคิดดังกล่าวดูเหมือนแปลกประหลาดไม่เป็น ธรรมชาติ แต่ว่ามีหลักฐานที่ตรงไปตรงมาเพื่อยืนยันเรื่องนี้ ชาวนิวยอร์ก แต่ละคนใช้พลังงานน้อยกว่าคนอเมริกันในพื้นที่อื่นๆ ไม่ว่าจะในรูปไหน และพวกเขาสร้างรอยเท้าคาร์บอนน้อยที่สุด (น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

ของค่าเฉลี่ยรอยเท้าคาร์บอนที่เกิดขึ้นในสหรัฐ) นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ พวก เขายังเป็นผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะมากอย่างมีนัยสําคัญอย่างแท้จริง ด้วย พื้นที่มหานครนิวยอร์กนั้นมีผู้เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะคิด

เป็นจํานวนไมล์เกือบ 1 ใน 3 ของการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งหมดในสหรัฐ และเมืองนิวยอร์กเองมีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินครึ่งหนึ่ง ของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมดในสหรัฐ นอกจากนั้น ชาวนิวยอร์กเป็น ประชากรกลุ่มใหญ่กลุ่มสุดท้ายที่ยังคงใช้การคมนาคมในรูปแบบพื้นฐาน นั่นคือการเดิน (ในบริเวณชานเมืองนิวยอร์ก เมื่อคุณพบใครก็ตามทการ

The greenest community in the United States

The greenest community in the United States Not Portland, Oregon, or BoulderColoradobut New York City(the largest city in the state of New York) for manyincluding many New Yorkers.

The idea seems strange, unnatural, but there is straightforward evidence to confirm this.Each New Yorker uses less energy than Americans in other areas Regardless of the form And they produce the least carbon footprint (less than 30 percent

This is not a coincidence. They are still very significant public transport users. In the New York City area, there are public transporters thinking It is almost one-third of the miles traveled by public transport.

All in the united states And New York City has half of the subway Of all subway stations in the United States In additionNew Yorkers are The last large group of people who still use basic communication That’s walking (In the suburbs of New York When you meet anyone

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น

สเปรย์ระงับกลิ่นกาย

สเปรย์ระงับกลิ่นกาย

สเปรย์ระงับกลิ่นกาย
สเปรย์ระงับกลิ่นกาย

 

สเปรย์ระงับกลิ่นกาย นี้เป็นตัวอย่างความสามารถของนักวิท ในการรับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อมัน – สนับสนุนทางการเมืองและการเงินอย่างเพียงพอ แต่พวกเอ ถึงบทบาทของนักวิทยาศาสตร์ในการสร้างปัญหาให้กับชั้นโอโซนก่อน

เอเชนก่อนเป็น อันดับแรก ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นนักวิทยาศาสตร์เองนั้นแหละที่สร้างศา ซีเอฟซี เป็นผู้ค้นหาวิธีที่จะใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากซีเอฟซี อะ ช่วยพัฒนารายการสินค้าหรือบริการมากมายที่จะได้รับผลกําไรจากการ ใช้ซีเอฟซี

ประเด็นอยู่ตรงที่วิทยาศาสตร์ไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย เป็นแต่เพียงว่านานๆ ครั้งนวัตกรรมจึงจะมีพฤติกรรมตรงตามที่เราคิดว่าเราอยากให้มันเป็น ปัญหาร้ายแรงด้านสิ่งแวดล้อมเกือบทั้งหมดที่เราเผชิญอยู่ในตอนนี้เป็น ผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมของสิ่งที่ดูเหมือนว่าเป็นแนวคิดที่ดีฟเยี่ยม ในตอนเริ่มแรก การพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้

หมายถึงการมี ศรัทธาในความสามารถของเราที่จะกําจัดหรือควบคุมผลกระทบที่ไม่ตั้งใจ และ

หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นการพนันครั้งใหญ่ ถ้าหากว่าประวัติศาสตร์ สามารถเป็นตัวชี้วัดได้ (ผู้นําในการพัฒนาสารซีเอฟซีคือ โทมัส มิดจ์ลี่ย์ จูเนียร์ นักเคมีและวิศวกรเครื่องกล

Deodorant Spray

Deodorant Spray This is an example of talent. In dealing with the environmental crisis that arose when it – sufficient political and financial support, but the A discussed the role of scientists in creating problems for the ozone layer first

Achen first, first and foremost, was the scientist who created CFC as a search for a commercial way of using CFC to help develop a list of products or services to be received. Profit from using CFC

The point is that science is not evil. It’s just that for a long time Times, innovation will therefore behave exactly as we think we want it to be Almost all serious environmental problems that we face now are The direct or indirect effects of what looks like an excellent concept In the beginning Dependence on technology to solve these problems

It means believing in our ability to eliminate or control unintended consequences. And cannot avoid Which is a big gamble If history Can be an indicator (The leader in CFC development is Thomas Middlesey Junior, a chemist and mechanical engineer.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่น